เที่ยวต่างประเทศ

Medan – Berastagi – Samosir Island … ที่สุดแห่งความชิล [PART 2]

หลังจาก Part 1 ที่เราพาไปชมเมือง Medan และ Berastagi กันแล้ว Part 2 นี้จะพาไปเที่ยว Samorsir Island กันต่อนะคะ

Part 1 : Medan-Berastagi  http://www.happyoutlouds.com/medan-berastagi/

Samosir Island เป็นเกาะซึ่งล้อมรอบไปด้วยทะเลสาปน้ำจืด ( Lake Toba)อยู่ในระดับความสูงประมาณ 1000 เมตรเป็นเกาะที่อยู่บนปากปล่องภูเขาไฟที่เกิดการระเบิดในรูปแบบที่เรียกว่า Super-Eruption เมื่อ 74,000 ปีมาแล้ว จนเกิดเป็นแอ่งภูเขาขนาดใหญ่ นั่นก็คือ ทะเลสาบโทบา และทะเลสาบโทบายังถือว่าเป็นทะเลสาปบนปากปล่องภูเขาไฟ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

ความน่าสนใจของ Samosir Island แห่งนี้ก็คือ วิวทิวทัศน์อันสวยงาม ให้อารมณ์เหมือนการมาพักผ่อนตากอากาศ ชมวิวสวยๆของ Lake Toba ทะเลสาบสีฟ้าที่รายล้อมดูภูเขาสูงตระหง่าน และนอกจากวิวสวยๆแล้วเรายังได้ชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน ธรรมชาติอันสดชื่นอีกด้วย

เราเดินทางมาจาก Berastagi ผ่านภูเขามาหลายต่อหลายลูก เส้นทางที่เดินทางจะลัดเลาะภูเขา ขนานกับ ทะเลสาบโทบา สวยงามตื่นตาตื่นใจตลอดเส้นทาง ตลอดระยะเวลา 4 ชั่วโมง ไม่มีใครยอมหลับเลยค่ะ ถ่ายภาพวิวกันตลอดเส้นทาง

ผ่านเวลาไปเกือบ 4 ชั่วโมง ก็มาถึงเมือง Parapat เป็นจุดที่เราจะขึ้นเรือยังไป Samosir Island ที่ท่าเรือนี้ค่อนข้างคึกคักมาก มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะพอสมควร

ลงจากรถก็จะมีคนชวนคุยทักทาย แนะนำ พร้อมทั้งพาเดินไปขึ้นเรืออีกด้วยนะ คือคนที่นี่อัธยาศัยดีมากจริงๆ

ส่วนพ่อหนุ่มคนนี้มาถึง ก็รีบช่วยหิ้วกระเป๋าไปส่งบนเรือให้ด้วย น่ารักมากๆ ประทับใจตั้งแต่มาถึงเลยทีเดียว

ถ้ามาถึงท่าเรือแล้ว จะมีจุดขายตั๋วเพื่อกลับไป Medan ด้วยนะคะ ถ้ารู้เวลากลับที่แน่นอนซื้อตั๋วไว้เลยก็ดีค่ะ รถจะเป็นลักษณะ Taxi ที่แชร์กันไปหลายๆคนราคา 160.000 rp

เรือลำนี้จะพาไปส่งผู้โดยสารทุกคนถึงหน้ารีสอร์ท นั่งชมวิวไปเพลินๆประมาณ 45 นาทีก็ถึงที่พัก ค่าเรือ 15.000 Rp

ภายในเรือจะมี 2 ชั้น แต่ชั้นบนจะมองเห็นวิวได้เต็มๆตากว่า ที่นั่งเลือกได้ค่อนข้างตามสบายเลย เรือเที่ยวที่เราเดินทางมีผู้โดยสารสิบกว่าคนเท่านั้นเอง

หันกลับมาที่ท่าเรือ Parapat บ้านค่อนข้างหนาแน่นเป็นเมืองที่คึกคักมากพอสมควร และเป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าเที่ยว จากตัวเมืองน่าจะชมวิว Lake Toba ได้สวยงามเหมือนกัน

เรือจะเริ่มวนส่งคนไปเรื่อยๆตามระยะทาง ตลอดริมฝั่งก็จะมีที่พักต่างๆให้เลือกค่อนข้างเยอะและาคาค่อนข้างถูกเลยทีเดียว

นังเรือไปถ่ายรูปไปสุขเกินบรรยาย อากาศเย็นๆ น้ำสีเขียวๆที่เห็นอยู่นี้คือน้ำจืดนะคะ น้ำลึกประมาณ 2 เมตรเรายังมองเห็นข้างล่างชัดเเจ๋ว แต่สิ่งนึงที่น่าเสียดายก็คือ ขยะค่ะ ชาวบ้านที่นี่ยังทิ้งขยะลงน้ำกันอยู่เลย

ที่พักหลายๆแห่งก็จะตกแต่งบ้านตามสไตล์ของชาวบาตัก ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองบนเกาะแห่งนี้ เอกลักษณ์ของชาวบาตักที่เห็นได้ทั่วไปนั้นก็คือ การออกแบบหลังคามีลักษณะสูง รูปร่างคล้ายเรือ สีดั้งเดิมจะเป็นสีแดง ดำ ขาว

ที่พัก

Samosir cottage เป็นที่พักที่อยู่ติดริมน้ำ ในราคาที่แสนจะถูก เราจองได้ในราคา 490 บาท ไม่รวมอาหารเช้า

ห้องพักของเราจะอยู่ชั้นบนสุดของตึก สภาพห้องพักถือว่า สะอาด โดยรวมดีมากๆ แต่ที่ประทับใจสุดยอดก็คงเป็นวิวจากหน้าห้องพักนี่แหละ

สภาพภายในห้อง ค่อนข้างใหม่ สะอาด ในห้องไม่มีพัดลมและเครื่องปรับอากาศนะ
แต่ว่าอากาศที่นี่ค่อนข้างเย็นมากๆ แม้จะเป็นช่วงกลางวันอากาศก็ยังสบายๆ ช่วงค่ำอากาศหนาวมากๆ จนต้องไปขอผ้าห่มเพิ่ม

วิวสวยๆหน้าที่พัก

มีกิจกรรมต่างๆเช่น Banana boat, Jet ski เรือคายักด้วย

การท่องเที่ยวบนเกาะ Samosir Island นี้ เราใช้วิธีเช่ามอเตอร์ไซค์กับทางรีสอร์ท ราคาเช่ามอเตอร์ไซค์ 160.000 rp /วัน

โชคช่างไม่เข้าข้างเลย จ่ายเงินค่าเช่าปุ๊บฝนก็ตกปรอยๆทันที แต่ในเมื่อคิดจะไปก็ไปกันทั้งฝนแหละค่ะเย็นดี  เส้นทางบนเกาะนี้ เดินทางไม่ยากเท่าไร แต่ป้ายบอกทางค่อนข้างน้อยก็มีหลงๆบ้างนิดหน่อย

ที่แรกที่จะไปก็คือ  Tomok Village เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ค่อนข้างผิดหวังพอสมควรเลย ด้านหน้าจะเป็นพื้นที่ขายของที่ระลึกซะเป็นส่วนใหญ่ ปิดบังเส้นทางเข้าไปชมหมู่บ้านซะมิดเลย

หมู่บ้านโบราณ Batak บรรยากาศค่อนข้างน่ากลัวเล็กน้อย แต่เดิมชาวบาตักจะค่อนข้างมีความเชื่อเรื่องภูติผี ทำให้หลายๆอย่างจะออกมาในลักษณะหน้าตาที่น่ากลัว

ส่วนด้านในจะเป็นสุสาน King’s Tomb เป็นสุสานแห่งตระกูลราชาอันเป็นที่ยำเกรงและเคารพของชาวเผ่าบาตัก การจะขึ้นมาชมจุดนี้ ต้องใช้ผ้าบาตักพาดไว้ที่บ่าด้วยค่ะ น่าจะเป็นการแสดงความเคารพต่อสุสาน

ระหว่างทางที่ขับผ่าน ส่วนใหญ่จะเป็นทุ่งนา เขียวขจีตลอดเส้นทาง การเดินทางไม่น่ากลัวมากนักเพราะสองข้างทางมีบ้านคนตลอดไม่เปลี่ยว
ที่เห็นครึ้มๆนี่คือ ฝนตกอยู่นะคะ แต่เบาๆเราก็เที่ยวกลางฝนกันแบบไม่มีหวั่น

อาชีพหลักของชาวบ้านที่นี่ก็คือ เกษตรกรรมและประมง

Ambarita Village ห่างจากที่พักของเรา  ( Tuk Tuk ) ประมาณ 5 กม. ที่นี่จะมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “ Stone Chair of King Siallagan ”
อดีตเป็นหมู่บ้านกินคน โดยหัวหน้าเผ่าจะเอาเชลยที่จับได้มาบั่นหัวที่Stone Chair(Huta Siallacan) ภายในจะมีทั้งบ้านกษัตริย์โบราณ ลานประชุม ลานพิพากษา และลานประหาร ซึ่งลานต่างๆจะทำมาจากหินภูเขาไฟ

สถานที่นี้ ค่าเข้าชมจะมีคนเดินมาบอกว่าแล้วแต่เราให้ เราให้ไปแค่ 10.000 rp

เข้ามาด้านในเป็นสถานที่เล็กๆ มีบ้านโบราณสไตล์ Batak อยู่หลายหลัง บ้านทุกหลังจะมีบันไดทางขึ้นตรงกลาง และประตูทางเข้าจะค่อนข้างเล็กมาก บางหลังจะเปิดไว้สำหรับขายสินค้าผ้า Batak

กลุ่มนี้น่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ที่มาทำกิจกรรมอะไรสักอย่างไม่แน่ใจนะคะ เค้าก็จะรำเต้นตามเพลงไปเรื่อยๆ

Stone Chair โต๊ะนี้มีประวัติว่าเป็นสถานที่สำหรับกินคน โดยการควักเครื่องในไปให้ชาวบ้านกินสดๆ และกษัตริย์ก็จะดื่มเลือดจากการตัดหัว
แอบขนลุกเล็กน้อย

ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว มื้อนี้เราตั้งใจจะทานอาหารที่ไม่ใช่อาหารท้องถิ่นแล้วค่ะรู้สึกไม่ไหวมากๆ ขับวนมาจนเจอร้านนี้บริเวณใกล้ๆที่พัก เมนูเป็นพวกสปาเกตตี้ต่างๆ ดูน่าสนใจ

วิวร้านก็อยู่ริมทะเลสาบเลย ลมเย็นมาก

เครื่องดื่มของเราเป็น น้ำเสาวรส และ อโวคาโด

ก็เสิร์ฟมาแบบสดจริงๆเลยค่ะ เสาวรสไม่มีการปรุงใดๆ เปรี้ยวแบบสดจริง

สปาเกตตี้ไข่ หน้าตาดูดีมากเลย แต่รสชาติไม่ผ่าน

สเต็กหมู

สลัด

สรุปแล้วมื้อนี้ ผิดหวังมากค่ะ เป็นมื้อที่แพงมากๆ รสชาติไม่ไหวมากๆ ถ้าไม่มีเฟรนช์ฟรายช่วยชีวิตนี่แย่เลยนะ

แนะนำว่า ทานในรีสอร์ทน่าจะดีกว่านะคะ แม้จะมีอาหารให้เลือกไม่มาก แต่ราคาถูกกว่าร้านด้านนอกพอสมควรเลยค่ะ

ช่วงค่ำ ที่รีสอร์ทของเราจะมีการแสดงและการร้องเพลงด้วย บรรยากาศสนุกสนานมากๆ

เบียร์ยอดฮิตของที่นี่ สั่งกันทุกโต๊ะ รสชาติดีไหมไม่รู้นะคะ ถ่ายภาพอย่างเดียว

หลังจากจบการแสดงก็มีดนตรีสดค่ะ แนวดนตรีคล้ายๆเพื่อชีวิต เจ๋งตรงที่นักท่องเที่ยวไม่ลุก นักร้องก็ไม่เลิกค่ะ รู้สึกว่าจะร้องกันเกือบ 5 ทุ่มเลยทีเดียว ฝรั่งที่มาเข้าพักสนุกสนานกันใหญ่

อาหารเช้า

เนื่องจากเราจองที่พักมาแบบไม่มีอาหารเช้า มื้อนี้เลยต้องหาอาหารทานกันเอง เลยจัดเสบียงที่มีอยู่ริมน้ำกันเลยค่ะ

ทานคู่กับวิวแบบนี้ อร่อยสุดๆไปเลย

บรรยากาศรอบๆ ที่พักค่อนข้างร่มรื่น ผู้คนที่นี่ก็เป็นกันเอง ชวนคุย ทักทายตลอด

บริเวณริมน้ำ ก็มีชาวบ้านมาหาปลา หากุ้งกันด้วยค่ะ เรานั่งเล่นกันสักพัก พี่คนนี้ก็ตะโกนเรียกให้เราไปดูล็อบสเตอร์ ที่เค้าจับมาได้เยอะเลยทีเดียว ตัวใหญ่พอสมควรเลย ถ้าจับมาใส่มาม่ามื้อเช้า อร่อยแน่ๆ หัวเราะ

คนที่นี่น่ารักนะคะ เค้าพยายามจะคุยกับเราทุกคนแม้จะคุยกันคนละภาษาก็ตาม นี่ก็เป็นส่วนนึง ที่ทำให้เราประทับใจทริปนี้มากๆ

นั่งเล่นสักพักก็ถึงเวลาทีเราต้องกลับไป Medan แล้ว โดยเราต้องค้างที่ Medan อีก 1 คืน เพราะไฟลท์ขากลับเราบินบ่ายโมง ถ้าไปจาก Samosir Island ก็น่าจะเสี่ยงเกินไป เสียดายมากเลยค่ะ อยากมีเวลาที่นี่อีกสักคืนมากๆ

การกลับไปที่ Parapat ก็ยืนโบกเรือจากหน้าที่พักได้เลย เรือก็จะวนไปรับคนเหมือนกับขามาเลยค่ะ

โดยรวมแล้วที่พักนี้ เราค่อนข้างประทับใจมากนะคะ อาจจะไม่ได้หรูหราสะดวกสบายสักเท่าไร แต่ราคาถูกมาก บรรยากาศดี ห้องพักสะอาด พนักงานน่ารักดูเป็นกันเอง ร้านอาหารในโรงแรมก็ราคาไม่สูง มีการแสดง ดนตรีสดช่วงค่ำๆด้วย ถือว่าคุ้มมากๆค่ะ

วิวระหว่างทางกลับ ฟ้ามักจะสวยวันกลับและตอนนั่งรถเสมอ

พระอาทิตย์ทรงกลด

จาก Parapat ไปถึง Medan ใช้เวลาทั้งหมด 4 ชั่วโมง รถจะพาไปส่งที่โรงแรมเลย สะดวกมากๆตลอดเส้นทาง รถติดตลอดเลยค่ะ ทางแคบรถเยอะ มาได้ครึ่งทางจะเป็นตัวเมืองที่รถแวะพักทานข้าว จุดนี้รถติดเหมือน กทม. เลยทีเดียวค่ะ

ที่พัก

Palace Inn ตั้งอยู่ในจุดที่ค่อนข้างสะดวกมากค่ะ จากโรงแรมสามารถเดินไปยังห้างต่างๆได้ใกล้ร้านอาหาร ห้องพักไม่ใหญ่มาก แต่ก็พักได้สบาย

มื้อเย็นนี้เราตั้งใจว่า ต้องหาของอร่อยปิดทริปนี้ให้ได้ เลยมุ่งมั่นไปทานกันในห้าง Sun Plaza ค่ะ

Sun Plaza เป็นห้างที่ค่อนข้างใหญ่พอสมควร มีร้านอาหารและแบรนด์เนมต่างๆเยอะมาก
ผู้คนบนห้างและด้านนอกการแต่งตัวและลักษณะจะต่างกันพอสมควรเลย

ชีสเค้กยอดฮิต ราคาค่อนข้างสูงค่ะ ไม่ได้ลองชิมเลย

QQ Times เป็นร้านอาหารแนวอาหารพื้นเมือง แต่เมนูต่างๆดูน่าทาน

Nasi Goreng Seafood ก็คือ ข้าวผัดนั่นเองค่ะ จานนี้อร่อยมาก ประทับใจมาก ข้าวผัดหอมมากปรุงมากำลังดีเลย

จานนี้คล้ายๆราดหน้า อร่อยมากๆเหมือนกัน

Nasi Perang เป็นอาหารที่แทบทุกโต๊ะจะสั่งค่ะ รสชาติอร่อยใช้ได้

ปิดท้ายด้วยชาหอมๆและบรรยากาศภายในร้าน

สรุปว่า ถ้ามา Medan ร้านนี้ต้องลองค่ะ ติดใจมาก ราคาไม่แพงด้วย

 

จบที่ของคาว มาต่อน้ำผลไม้ชื่นใจๆกันที่ Sunday Cafe

ร้านนี้เป็นร้านที่ตกแต่งได้น่ารักมาก เมนูเครื่องดื่มต่างๆก็น่าสนใจ ราคาไม่แพงด้วยค่ะ เป็นเงินไทยก็แก้วละประมาณ 80 บาทเท่านั้นเอง

ปิดท้ายด้วยมื้อเช้าก่อนกลับ ด้วย KFC ช่วงเช้าจะเป็นเมนูอาหารเช้าค่ะ เป็นเมนู วาฟเฟิล แพนเค้ก ซะส่วนใหญ่

วาฟเฟิล อร่อยมาก ส่วนไก่ทอดรสชาติเหมือนที่เมืองไทยค่ะ

Pom Pom

การเดินทางจาก Medan ไป Kualanamu International Airport ให้ไปขึ้นรถที่ Carrefour รถจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ควรเผื่อเวลาไว้เยอะๆเพราะ Medan รถติดมากเหมือนกัน

ที่สนามบิน Kualanamu International Airport นี้จะแสกนกระเป๋าที่ประตูหน้าเกทนะคะ เพราะฉนั้น ไม่สามารถนำน้ำดื่มเข้ามาได้ ต้องทานจากข้างนอกให้เรียบร้อย ด้านหน้าเกท มี Stabucks ค่ะ

Medan-Berastagi-Samosir Island เป็นเมืองที่ค่อนข้างน่าเที่ยวสำหรับคนที่ชอบเที่ยวแบบประหยัดได้เห็นวิถี ชีวิตผู้คน ได้อยู่กับเมืองที่เป็นธรรมชาติ ได้พักผ่อนอยู่กับตัวเองแบบเต็มๆ

หากไม่มีเวลามากพอและตั้งใจจะชมวิว Lake Toba ก็เดินทางมาเที่ยวแค่ Parapat และ Samosir Island ก็เพียงพอค่ะ

ค่าใช้จ่ายทั้งทริปนี้ รวมแล้วคนละประมาณ 8,600 เท่านั้นเองค่ะ สำหรับ 5 วัน 4 คืน

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาชมนะคะ

 


 

Comments

comments