เที่ยวต่างประเทศ

Medan – Berastagi – Samosir Island … นี่แหละเมืองที่ตามหา [PART 1]

จุดหมายในการเดินทาง หลายคนอาจจะตามหาสถานที่สวยๆ หรูๆ ลุยๆ หรือสถานที่ยอดฮิตอะไรก็ตาม แต่ในความรู้สึกหนึ่งของเรา เราอยากไปในที่ที่เงียบสงบ ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้เห็นวิถีชีวิตจริงๆ ที่ผู้คนยังใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและเมืองที่ไม่ค่อยมีฝรั่งหรือต่างชาติเดิน บนท้องถนนเลยได้ยิ่งดี ที่สำคัญค่าครองชีพต้องไม่แพงและทริปนี้เราก็ได้เจอแบบที่ตั้งใจไว้เลยค่ะ


Medan เป็นเมืองหนึ่งของ จังหวัดสุมาตราเหนือ ประเทศอินโดนีเซีย หลายคนอาจจะไม่คุ้นหูกับชื่อเมืองนี้เท่าไร เราก็เป็นอีกคนที่ไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับ Medan เลยค่ะแต่ที่เลือกไปเมืองนี้  ด้วยความบังเอิญที่เราและเพื่อนอยากไปต่าง ประเทศที่ไหนก็ได้ที่ “รวมทั้งทริปไม่เกิน 1 หมื่น” นั่งหากันอยู่หลายวันเพราะเราจองกันแบบกระชั้นชิด ประเทศอื่นๆที่เล็งๆไว้ ค่าตั๋วก็แพงมากไปแล้วจนมาเจอ Medan เนี่ยแหละราคาพอรับได้และน่าสนใจ เมืองอะไรไม่รู้ รู้แต่อยากไป ยิ่งได้หาข้อมูลของเมืองนี้มีที่มีน้อยมากยิ่งทำให้รู้สึกว่า เฮ้ย!! น่าลองอ่ะ การไปในที่ที่ไม่ค่อยมีคนไปเนี่ยแหละ น่าจะได้ประสบการณ์แบบสุดๆอย่างแน่นอน

PART 1 นี้เราขอพาไปชมเมือง Medan และ Berastagi กันก่อนนะคะ

การเดินทาง

เราเดินทางกับสายการบินแอร์เอเซีย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

เวลาที่ Medan เท่ากับประเทศไทยค่ะ

ข้อเสียก็คือ มีวันละ 1 ไฟลท์ ซึ่งเดินทาง บ่ายและถึงที่โน่นค่ำ ทำให้เสียเวลาเที่ยวไปเลย 1 วัน

บนเครื่องจะมีเอกสารต่างๆมาให้กรอกเพื่อเข้า ตม. กรอกให้ครบทั้ง 2 ใบนะคะ อีกใบจะมีเจ้าหน้าที่รอเก็บหลังจากผ่าน ตม.

Kualanamu International Airport เป็นสนามบินสร้างใหม่ที่ดูเจริญและทันสมัยผิดกับที่คิดไว้เลย ห้องน้ำสะอาดอยู่ในระดับพอรับได้

ความประทับใจแรก

คนอินโด บนเครื่องที่เราเดินทาง คนต่างชาติน้อยมากค่ะ ส่วนมากก็เป็นคนท้องถิ่นมากกว่า พอเค้าเห็นเรายืนงงๆและเป็นต่างชาติ ก็รีบเข้ามาให้คำแนะนำว่าต้องเดินทางเข้าเมืองยังไง มีรถอะไรบ้าง ชวนคุยและถามอย่างมีน้ำใจ คนอินโดน่ารักมากๆ สำหรับเรา ในการพบกันครั้งแรก

คนไทย อีกความประทับใจก็คือ มีน้องคนไทย บนเครื่อง 1 คน คงเห็นจากที่มีคนมารุมแนะนำเรา เลยถามว่ามายังไงกัน และชวนเราไปด้วยกันเพราะเค้ามีเพื่อนที่เมดานมารับ ตอนแรกยอมรับว่ากลัวๆอยู่ค่ะแต่น้องน่าจะเด็กกว่าเราเยอะและดูไม่น่ากลัว อะไร ก็เลยโชคดีได้ร่วมทางไปกับน้องเค้าค่ะ ทั้งพาเราไปทานข้าว ไปส่งถึงที่พักด้วย

ตม. เมืองเมดาน ก็น่ารักค่ะ เรายื่นเอกสารไปตามปกติ เค้าก็ยิ้มๆให้แล้วถามว่า มาทำอะไร พอบอกว่ามาเที่ยวก็ถามย้ำๆว่า จริงหรอ แน่ใจหรอ
ให้เราชี้ให้ดูด้วยว่ามากะใครแล้วก็ยิ้มอีกรอบ เราก็งงว่าแปลกหรอเรามาเที่ยว

การเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง Kualanamu International Airport – Medan Central

1. Taxi เดินออกมาจาก ตม. ก็จะเจอ Taxi รอเรียกอยู่เยอะมากค่ะ ราคา Taxi ที่นี่ค่อนข้างแพงนะคะ

2. Bus Damri จะไปจอดที่ Carrefour ราคาจะอยู่ที่ 15000 Rp. ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง (อาจจะนานกว่านั้นถ้ารถติดมากๆ)

3. Airport Train Rp ราคา 100.000 Rp. ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที

การจราจรเมืองเมดาน

รถติดค่ะ ขับกันไม่เร็ว แต่ขับกันน่ากลัวมากๆ ไฟแดง ไฟเขียว มีไปก็เท่านั้น ฉันจะไป ก็ไปติดๆค้างๆกันตรงสี่แยกนั่นแหละ แต่เทพนะคะ ไม่เห็นอุบัติเหตุเลย ตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ที่นี่ ขับๆอยู่ นึกจะกลับรถ ก็กลับเลยค่ะ กลางถนนนั่นแหละ เป็นการนั่งรถที่ลุ้นดีค่ะ สนุกหวาดเสียวไปพร้อมๆกัน นับถือคนที่นี่นะคะ สติดีมาก ตื่นตัวตลอดเวลา

สกุลเงิน

อินโดนีเซีย ใช้สกุลเงิน Indonesian Rupiah (รูเปียะฮ์) รหัสหน่วยเงิน คือ IDR

(อย่าไปสับสนว่าเป็นรูปีแบบเรานะคะ )

แลกเงิน

เราสามารถแลกเป็น Rupiah จากเมืองไทยได้เลยค่ะ ที่ Superrich เรทดีกว่า แต่ไม่ต้องแลกไปเยอะนะคะ คำนวนไปให้พอดีๆ เพราะแลกคืนขาดทุนค่ะ ทริปนี้เราแลกเงินไป 2 คน  3 ล้านค่ะ เป็นเศรษฐีนีเลยทีเดียว (8200 บาท) ตอนแลกเงินลองขอแบงค์ย่อยๆเค้าด้วยนะคะ ของเราได้มาแต่แบงค์ 100000 ตอนใช้จะลำบากค่ะ ถ้าอยากเผื่อแลกเป็น USD ไปก็ได้ค่ะ แล้วไปแลก IDR ที่นั่นอีกครั้งเผื่อฉุกเฉิน

Simcard  ของที่นี่ราคาไม่แพงค่ะ ราคา 48000 Rp. สัญญาณถือว่าพอไหว เร็วเป็นบางจุดค่ะ

อาหารมื้อแรก

มื้อแรกนี้ Padang Rice เป็นอาหารที่นิยมของที่เมดานค่ะ จะเห็นร้านแบบนี้เยอะพอสมควรเลย มื้อแรกนี้เรายังงงๆกัน สั่งไม่เป็นก็ให้เจ้าถิ่นจัดมาให้เลยค่ะ ลักษณะก็เหมือนข้าวแกงบ้านเราเลยแต่เมนูจะเน้นไปทางผักและพริก

จานแรกออกมาหน้าตาแบบนี้ ตกใจเล็กน้อยค่ะ มีแต่ถั่ว ผัก และพริก มีทั้งพริกผัดน้ำมัน พริกทอด ที่เห็นในจานเขียวๆ ไม่ใช่ถั่วฝักยาวนะคะ พริกผัดค่ะ ถ้วยที่เห็นทางซ้ายคล้ายๆน้ำพริกกะปิบ้านเราเลย ส่วนอีกสองถ้วยจะเหมือนแกงกะทิ ที่มีรสเผ็ดนำ อาหารส่วนใหญ่รสชาติจะไปทางเผ็ดและเค็มนะคะ เท่าที่สังเกต แต่จะบอกว่า หน้าตาแบบนี้แต่อร่อยดีนะคะ เราจัดการเกลี้ยง (หรือเพราะเราเป็นคนกินง่ายก็ไม่รู้นะ )

จานต่อมา ไก่ทอด มีสมุนไพรกรอบๆ รสชาติเค็มๆ สุดยอดแห่งความอร่อยของมื้อเลยค่ะ ตอนแรกนึกว่าจะได้ทานแต่ ผักและพริกซะแล้ว ฮ่าๆ

อีกจาน ไม่แน่ใจว่าเรียกอะไรนะคะ เป็นมันทอด แป้งด้านนอกกรอบๆ อร่อยแบบแปลกๆดีค่ะ

จบจากของคาวแล้ว ตามธรรมเนียมต้องมีของหวานด้วย เราได้มาชิมโรตี เมนูยอดฮิตของที่นี่กันค่ะ คนเยอะมากๆเลยร้านนี้ แอบคิดว่าต้องอร่อยแน่ๆ

มาแล้ว หน้าตาดูดีมาก สูง โรยชีส ราดช็อคโกแล็ต น่ากินสุดๆ

พอชิมคำแรก  จบกันของหวานที่หวังไว้ ไม่ถูกปากเลยค่ะ แข็งๆจืดๆ วิธีทานก็ใช้มือหักๆจับเข้าปากเลย (คนที่นี่ยังทานข้าวด้วยมือกันอยู่นะคะส่วนใหญ่)

ปิดท้ายด้วยชา ชาที่นี่อร่อยนะคะ แต่จะหวานไปนิดนึง

วันที่ไปโชคดีมากๆค่ะ ใกล้ๆที่พักเรามีจัดงาน เป็นงานของมุสลิมจากหมู่บ้านต่างๆมาจัดบูธแต่ละบูธสวยงามอลังการไม่แพ้กัน เลย มีเวทีประกวดอยู่ด้านในและมีร้านต่างๆมาเปิดขายของ เหมือนงานวัดบ้านเราเลยค่ะ

สวยประทับใจทุกบูธเลย

ที่พัก

คืนแรกนี้ เราพักที่ Alpha Inn ค่ะ ห้องพักราคาไม่แพง ประมาณ 600 กว่าบาทรวมอาหารเช้า อยู่ใกล้ Carrefour
Carrefour นี่จะเป็นท่ารถด้วย รถที่ไปสนามบินก็ต้องขึ้นที่นี่ ถ้าเดินทางมาจากสนามบินแล้วมาลง Carrefour  ก็เดินกลับมาพักที่นี่ได้สะดวกเลยค่ะ

Alpha Inn เป็นโรงแรมเล็กๆ ห้องพักก็เล็กแต่สะอาดใช้ได้ ถ้ามาเพื่อนอนพักอย่างเดียวถือว่าดีเลยเพราะเดินทางสะดวก ใจกลางเมืองและมีร้านอาหารใกล้ๆเยอะดี

อาหารเช้า จะเป็น ชา กาแฟ และก๋วยเตี๋ยวข้าวผัดหน้าตาประมาณนี้ค่ะ เท่าที่แอบดู คือเค้าจะเอาก๋วยเตี๋ยวที่เป็นเส้นแบบคล้ายๆผัดไทผสมเส้นสปาเกตตี้ด้วย ราดบนข้าวกันอีกที ก๋วยเตี๋ยวอร่อยดีนะ เผ็ดๆหวานๆ แต่ข้าวแข็งมากค่ะ

เรานั่งในห้องอาหารกันได้ครู่เดียว เพราะห้องเล็กและแคบ กลิ่นบุหรี่ รุนแรงมากค่ะคนที่นี่จะสูบบุหรี่ได้ทุกที่นะคะ แม้แต่ในห้องอาหารสูบไปทานข้าวไป ในลิฟท์ก็ยังสูบค่ะ ใครแพ้กลิ่นบุหรี่ต้องพกผ้าปิดจมูกมาด้วยนะ

โปรแกรมวันนี้เราจะเดินทางไป Berastagi เป็นเมืองที่เราอยากไปมากที่สุดของทริปค่ะ การเดินทาง เราโชคดีสองต่อจากเมื่อวานคือ น้องคนเดิมและเพื่อนชาวเมดานก็จะไป Berastagi เช่นกัน เราก็ได้ติดรถเค้าไปด้วยเลย

ระยะทางจาก Medan-Berastagi ไม่ไกลค่ะประมาณเกือบๆ 100 กิโล แต่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆเป็นทางขึ้นเขาแบบคดเคี้ยว (คล้ายทางขึ้นปาย) และที่นี่ขับกันไม่เร็ว แต่แซงกันน่ากลัวมากคือไม่มีใครหลบและยอม ก็สวนกันไประยะประชิดนั่นแหละ ถนนจะเป็น 2 เลนสวนกัน แต่ๆๆทางส่วนใหญ่ไม่มีไหล่ทางเพราะฉนั้น คน มอเตอร์ไซค์ สัตว์ต่างๆ ก็ต้องมาเดินบนถนนเนี่ยแหละ ทำให้ต้องแซงกันไปมา แต่พื้นผิวถนนเรียบเนียนดีกว่าในเมืองเมดานเยอะนะคะ

ตลอดระยะทางที่ผ่านนั้น จะมีบ้านคนตลอดเส้นทางเลย ประชากรเค้าเยอะจริงๆ รถวิ่งกันวุ่นวายตลอดเส้นทาง แต่ก็ไม่เจออุบัติเหตุนะ ขับเก่งกันมาก

ปั๊มที่นี่มีหลายจุดนะคะ แต่ๆๆ ไม่มีน้ำมัน!!!  ทริปนี้มีแต่เรื่องสนุกๆ

** ข้อมูลเผื่อสำหรับใครอยาก การเดินทางไปยัง Berastagi ด้วย รถประจำทางนะคะ

ให้ไปขึ้นรถที่ Amplas bus station แล้วต่อรถ minivan เพื่อไปยัง Padang Bulan Berastagi bus station แล้วจะมีรถไปยัง Berastagi อีกต่อนึงค่ะ

แต่ถ้าให้แนะนำ ชวนกันมาสัก 4 คนแล้วเหมารถพร้อมคนขับน่าจะดีกว่า จะได้แวะเที่ยวระหว่างทางได้สะดวกและไม่ต้องเดินทางหลายต่อ แต่ถ้ามากันน้อยๆอยากลุย ก็น่าสนุกนะคะเราชอบนั่งรถบัสท้องถิ่นได้เห็นอะไรเยอะดี

ระหว่างทาง ช่วงใกล้ถึงเมือง Berastagi จะมีจุดแวะพัก มีร้านต่างๆเรียงรายกันเป็นแถว จุดนี้เรียกว่า Penatapan Bakaran Jagung

กิจกรรมที่ทุกคนจะมาทำกันก็คือ นั่งทานข้าวโพดปิ้งกับน้ำชาและชมวิวทิวเขา อากาศที่นี่ค่อนข้างหนาวนะคะ ประมาณ 20 องศาได้

ชาหอมมากค่ะ แต่ถ้าใครไม่ชอบหวาน ห้ามคนเด็ดขาด ด้านล่างน้ำตาลมาเป็นช้อนเลยค่ะ ชาเพียวๆอร่อยกว่าเยอะเลย

ข้าวโพดปิ้ง ชา และภูเขา

รองท้องอิ่มเบาๆพร้อมเดินทางต่อ อีกไม่ไกลแล้วค่ะ จากจุดนี้

บ้านคนตลอดสองข้างทางไม่มีเหงา

เราออกเดินทางจากเมดาน 9 โมง ประมาณเกือบๆเที่ยง ก็มาถึงตัวเมือง Berastagi ตัวเมืองคึกคักมาก รถวิ่งกันขวักไขว่ ผู้คนมากมายเต็มท้องถนน

ได้เวลาอาหารกลางวัน มื้อนี้เราฝากท้องไว้ในตัวเมือง Berastagi กัน ที่ร้าน RIA เป็นร้านขายอาหารออกแนวอาหารจีนนะคะ เป็นพวกบะหมี่ต่างๆ

(สำหรับคนที่ไม่ชอบทานไก่เหมือนเรา  Ayam แปลว่าไก่นะคะ เจอเมนูไหนมี Ayam ให้เลี่ยงเลยค่ะ)

จานแรกของเรา หมี่ ไม่เอา Ayam ก็ได้มาแบบ Seafood อร่อยดีค่ะ แต่เค็มไปหน่อย

อีกชามน่าทานกว่าของเรา แต่ก็เค็มเหมือนกัน ทั้งสองชามถ้าตัดเรื่องเค็มออกไป คืออร่อยมากค่ะ

อิ่มท้องแล้ว ไปเดิน Fruit Market กันค่ะ
เป็นตลาดผลไม้ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมากันในตลาดมีผลไม้ให้เลือกเยอะเลย บางอย่างถูกกว่าบ้านเราด้วย แนะนำให้ตุนไว้เป็นเสบียงค่ะ

สละร้านนี้สดอร่อยมาก กรอบเหมือนขนมเลย เคี้ยวเสียงดังกรุบๆสนั่นลั่นรถกันเลยทีเดียว

อะโวคาโด แบบสดๆ

ส้มหวานๆ ปลูกบนเขานี้เองค่ะ ระหว่างทางมีไร่ส้มเยอะมาก

เสาวรสน่าอร่อย แต่สดๆ ก็ไม่ไหวเนอะ เปรี้ยวเกิน

สาวน้อยหน้าตาสวย โชว์วิธีการทานข้าวแบบชาวอินโด

มีหนุ่มๆ มาคอยแซว สองคนนี้โตขึ้นเจ้าชู้แน่ๆ

ส่วนของฝากอื่นๆในตลาดส่วนใหญ่ก็ Made in Thailand ไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้น แนะนำว่าต่อราคาเกินครึ่งไปเลยนะคะ เค้าลดให้ด้วย เราลองมาแล้ว อมยิ้ม02

วางขายกระต่ายกันแบบนี้เลย

ที่พัก Berastagi

คืนนี้เรานอนโฮมสเตย์กันค่ะ เพราะ โรงแรมที่ Berastagi เนี่ย ค่อนข้างราคาสูงและอยู่ไกลจุดท่องเที่ยว ส่วนโฮมสเตย์ที่เราเลือกนี้คือ Berastagi Nachelle Homestayอยู่ ใกล้แหล่งชุมชน ไปไหนมาไหนได้สะดวกมากๆ เป็นการพักโฮมสเตย์แบบแท้ๆเลยค่ะ บ้านเป็นตึกแถว 4 ชั้น สมาชิกของบ้านจะอยู่กันที่ชั้น 2,3 ส่วนห้องพักของเราคืนนี้เป็น Rooftop เชียวนะ ด้านหลังมองเห็น ภูเขาไฟ Sinabung และตัวเมืองโดยรอบ

ห้องพักเป็นแบบเปิดเข้าไปไม่มีอะไรเลย นอกจากเตียงนอนและเก้าอี้ 2 ตัว แต่ก็ถือว่าอยู่ในสภาพที่นอนได้ ห้องน้ำ เราจะใช้ร่วมกับคนในบ้าน
ถือว่าสะอาดมาก มีเครื่องทำน้ำอุ่น ในครัวจะมีน้ำดื่ม ชา กาแฟ ให้ค่ะ (ไม่มีรูปที่พักนะคะ รีบเก็บของจนลืมถ่าย)

ด้านหน้าของที่พักค่ะ คือตึกด้านซ้ายมือ

ห้องรับแขก เราสามารถมานั่งดูทีวี นั่งเล่นตรงนี้ได้ค่ะ ก็นั่งร่วมกับคนในบ้านไปเลย

มาเมือง Berastaagi รอบนี้เราเจอฝรั่งแค่ 2 คนนี้แหละค่ะ

วิวจาก Rooftop Room ของเรา

ด้านหลังจะมองเห็น ภูเขาไฟ Sinabung ซึ่งตอนที่เราไปมีการปะทุอยู่ด้วยนะคะ ภูเขาไฟนี้ สามารถขึ้นไปชมวิวด้านบนได้แต่รองเท้าควรเป็นรองเท้าที่เหมาะสมหน่อยค่ะ เส้นทางที่เดินเป็นหินค่อนข้างคม ช่วงที่มีการปะทุก็จะปิดไม่ให้ขึ้น ของเราก็ได้แต่ชมห่างๆจากโฮมสเตย์เท่านั้นเอง

ด้านหน้าที่พัก ติดกับ Indomaret เป็นร้านสะดวกซื้อเหมือนเซเว่นบ้านเราค่ะ

เก็บของเสร็จเรียบร้อยเราจะไปชมวิวสวยๆของ Lake Toba กันที่ Taman Simalem Resort

แต่แค่ออกเดินทางฝนก็ตกซะแล้ว

อย่างที่แนะนำกันไปตอนแรกว่าการมาเที่ยว Berastagi นั้นถ้าให้สะดวก ควรเน้นการเช่ารถพร้อมคนขับ เพราะอีกเหตุผลนึงเลยก็คือ เส้นทางที่นี่เป็นเส้นทางที่วิ่งลัดเลาะภูเขาตลอด คนชำนาญเส้นทางขับน่าจะปลอดภัยกว่ามาก ถนนเป็นสองเลนสวนกันแบบไม่มีไหล่ทาง แต่ละเส้นทางจะแคบมาก รถที่นี่เยอะ จะแซงกันตลอดด้วย เป็นทริปแรกที่เราไม่หลับในรถสักนาที ลุ้นตลอด และที่สำคัญเลย ไม่มีป้ายบอกทางเลยสักจุดค่ะ ต้องหาจุดสังเกตเอาเอง เราหลงวนกลับมาที่เดิมกัน 2 รอบกว่าจะถึงเสียเวลาเที่ยวไปเยอะพอสมควรเลย ถ้าได้คนชำนาญเส้นทางน่าจะประหยัดเวลาและปลอดภัยกว่ามากๆ

Taman Simalem Resort เป็นรีสอร์ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่มากๆ หลายๆภูเขาเลยทีเดียว ด้านในมีรีสอร์ทขนาดใหญ่ แต่ละจุดของรีสอร์ท ต้องขับรถเที่ยวใช้เวลาในนี้เป็นวันค่ะ หากไม่ได้มาพักแต่มาเพื่อชมวิวอย่างเดียวแบบเราก็สามารถซื้อตั๋วเข้ามาชมได้

แผนที่แต่ละส่วนของรีสอร์ท

เข้ามาจุดแรก ทุกคนร้องว้าว!! พร้อมกันแบบประสานเสียงเลยทีเดียว ประทับใจกับวิวมากแต่ก็เสียดายที่มีฝนเพิ่งหยุดตกและหมอกปกคลุมทั่วไปหมด นี่ขนาดหมอกบังวิวหมดเลยถ้ามาช่วงแดดออกคงจะสวยสุดๆ (มองด้วยสายตา สวยกว่าภาพอีกสิบเท่าเลยค่ะ)

อากาศตอนนี้ประมาณ 20 องศาเองค่ะ ลมแรง หนาวมากๆ

หมอกลงหนักมาก

จุดชมวิวที่น่าสนใจอีกจุดที่เราตั้งใจขับมาก็คือ  One Tree Hill

ขึ้นมาเห็นแว้บแรก  ขำกันมาก นี่ให้ขับวนมาตั้งไกลเพื่อดู ต้นไม้ต้นนี้หรอเนี่ย!! แต่พอเดินมาชมรอบๆ ก็ต้องร้องว้าวอีกรอบ วิวสวยกว่าจุดแรกอีกค่ะ

และขากลับก็เหมือนเดิมค่ะ หลงวนไปวนมา มืดและไม่มีป้ายบอกทาง บางจุดก็ไม่สามารถหาจุดสังเกตได้ นั่งรถกันเพลินมาก ได้เห็นหมู่บ้านต่างๆหลายมุมเลยเชียว (พยายามโลกสวย)

มาถึงระหว่างทางจะมีจุดหนึ่งที่มีร้านอาหารเยอะมาก เราเลยแวะชิมกัน อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารอิสลามนะคะ

พริกผัดน้ำมัน มาอีกแล้ว

ถ้วยที่เห็นเรียงรายนี้ก็คือ ถ้วยน้ำล้างมือค่ะ คนที่นี่ส่วนทานข้าวด้วยมือ

กลับถึงที่พัก หมอกลงจัด อากาศหนาวมากเลยทีเดียว คืนนี้อยู่ที่สิบองศาปลายๆค่ะ

วิวยามเช้า สวยจนไม่อยากกลับ หมอกจางๆ อากาศหนาวๆ ภูเขาล้อมรอบ ไม่มีอะไรจะฟินไปกว่านี้ละ

บรรยากาศ สงบๆ ของเมือง Berastagi ที่เราหลงรัก วิถีชีวิตเรียบง่ายอยู่กับเกษตรกรรมและธรรมชาติ

Mount Sinabung ที่เราแอบนัดหมายไว้ในใจ ครั้งหน้าจะปีนขึ้นไปเพื่อไปชมแบบใกล้ชิด

เช้านี้ เราไม่มีเวลาเที่ยวไหนแล้วค่ะ
เนื่องจาก ข่าวดีคือ ได้คุยกับฝรั่งสองท่านที่พักที่เดียวกัน ตกลงกันว่าเราจะเหมา Taxi ไป Samosir Island ด้วยกันเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลาไปได้มาก ข่าวร้ายก็คือ อดเที่ยวเมืองนี้อีกครึ่งวัน

ราคา Taxi อยู่ที่ 600.000 rp/คัน เราไป 4 คนหารกันแล้วก็ถือว่าไม่แพงเลย

ไหนๆก็ไม่ได้เที่ยว ก็ขอไปสัมผัสเมือง Berastagi กันอีกสักนิดดีกว่า จากหน้าโฮมสเตย์ ก็โบกรถไปได้เลยค่ะ ค่ารถถูกมาก 4000 rp เท่านั้นเอง
แต่คนขับรถพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยนะคะ ต้องท่องไปดีๆว่าจะลงไหน

Budi Aman เป็นตลาดขนาดใหญ่มีอาหารต่างๆให้เลือกทานเยอะมาก อาหารหลายๆอย่างก็คล้ายๆบ้านเรา เช่นปาท่องโก๋ มีขายอยู่หลายร้าน

การเดินตลาดเช้านี้ เรามีความสุขมากรู้สึกเหมือนเป็นเซเลปที่เดินไปทางไหนก็มีแต่คนมองแล้วก็ ยิ้มให้ ไม่รู้ยิ้มให้ความแปลกหรือยังไงนะคะ

คุณลุงคนนี้เห็นเราถือกล้อง รีบเรียกเราไปถ่ายรูปเลยค่ะ เค้าก็พูดภาษาท้องถิ่นที่เราฟังไม่รู้เรื่อง แต่แววตาแสดงออกว่า เชิญให้เข้ามาดูในร้าน
หลายๆคนเห็นเราก็บอกว่า Photo Photo! น่ารักจริงๆคนที่นี่ชอบถ่ายรูปซะด้วย

ตลอดทางที่เดินเราไม่เจอต่างชาติเลย ชอบจังเมืองแบบนี้ เหมือนเราได้มาสัมผัสชีวิตจริงๆของเค้า

บรรยากาศภายในตลาดยามสาย คนก็ยังพลุกพล่านอยู่นะคะ

เรื่องความสะอาดที่นี่ยังจัดการได้ไม่ดี มีขยะตลอดทาง คนก็ทิ้งกันตามพื้นถนนก็มีให้เห็นเกลื่อนกลาด

การทรงตัวเป็นเลิศมาก

เดินมาด้านใน เจอร้านขนม ส่วนใหญ่ทำจากกล้วย (เรียกว่าอะไรไม่แน่ใจนะคะ)พ่อค้า แต่งตัวเนี้ยบมากใส่เสื้อเชิ้ตรองเท้าหนังขายของเลยทีเดียว

เราสั่งขนมกันด้วยภาษามือล้วนๆค่ะ  ชี้กันไปมา เราก็ได้ขนมถุงนี้มาในราคา 6000 Rp. (15 บาท)

ขนมที่เป็นแป้งห่อกล้วยไว้ด้านในนี่แหละค่ะอร่อยมาก เป็นสิ่งที่อร่อยที่สุดในทริปนี้แล้ว ประทับใจมากตัวแป้งหอมเนย หวานนิดๆ ติดใจอยากเดินกลับไปซื้ออีกเลย

เข้าไปในตลาดอีกนิด มีร้านข้าวให้เลือกเยอะพอสมควรเลย แต่ก็มีแต่ร้านแบบเดิมค่ะ คือ กับข้าวที่เหมือนข้าวแกงทั้งนั้นเลย เค้าไม่ทานอย่างอื่นกันจริงๆหรอเนี่ย

แอบส่องแล้ว หลายเมนู น่าลองอยู่

จานนี้เป็นไข่ทอด แล้วราดด้วยซอสเผ็ดๆ ทั้งสองจานนี้จะวางมาบนของทอดกรอบๆ คือสังเกต ที่นี่เวลาทานอาหาร จะต้องมีอะไรทอดๆกรอบๆทานด้วยเสมอเลยค่ะ

เหมือนปลาราดพริกบ้านเราเลย อร่อย

และทุกร้านก็จะมีน้ำแกงแบบนี้มาให้ แอบดูคนอื่นทานเค้าจะเทรวมกันหมดแล้วคลุกแล้วก็ใช้มือทานกันเลย น่าอร่อย แต่ไม่กล้าลอง

รวมแล้วมื้อนี้ จ่ายไป 35.000 หรือ 80 กว่าบาทเท่านั้นเองค่ะ ถูกมาก

Berastagi แม้จะเป็นเมืองที่ไม่ได้มีที่สถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆอะไรมาก แต่ก็เป็นเมืองที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีธรรมชาติสวยๆให้ชมทั้งภูเขาไฟ น้ำตก ภูเขา แต่ที่เราชื่นชอบและประทับใจคงเป็นที่ความเป็นธรรมชาติของคนเมืองนี้ เราได้เห็นวิถีชีวิตจริงๆของเค้าที่อยู่กันแบบเรียบง่าย

ตอนหน้าเราจะพาไปชมบรรยากาศสวยๆ ที่ “Samosir Island” กัน
เป็นเกาะที่เหมาะแก่การไปพักผ่อนแบบชิลๆ สุดๆ ฝากติดตามด้วยนะคะ

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาชมและทักทายกันนะคะ


 

Comments

comments