เที่ยวต่างประเทศ

ทริปพุงกาง เดินเที่ยวชิมจุใจ ใน Kuala Lumpur

วันนี้ขอนำเอาทริปสุดแสนประทับใจมาให้ชมกันนะคะ และแน่นอนว่าทริปนี้ก็ยังคงเน้นเป็นทริปกินเหมือนเคยค่ะ

มาเลเซีย เป็นประเทศที่ 2 ในชีวิตที่ได้เดินทางไปต่างประเทศด้วยตัวเอง (ประเทศแรกก็ลาวประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่เอง) ทำให้ค่อนข้างตื่นเต้นกับทริปนี้มาก เพราะกลัวเรื่องภาษา กลัวหลง กลัวงง แต่ก็ถ้ายังกลัวอยู่คงไม่ได้ไปไหนแน่ๆ พอเห็นโปรราคาพิเศษ เราเลยตัดสินใจว่า มาเลเซียนี่แหละค่ะ น่าจะเที่ยวง่ายๆสบายๆและไม่แพงด้วย

4 วัน 3 คืนของเราที่มาเลเซียนี้ต้องบอกว่าเป็นทริปที่เรื่อยๆ ไม่ได้เน้นท่องเที่ยวสถานที่ยอดฮิตอะไรเท่าไร จะเน้นไปทางการเที่ยวชมเมืองและชิมอาหารของอร่อยต่างๆในเมืองนี้ ซึ่งการเดินทางส่วนใหญ่เราจะเน้นที่การเดินค่ะ เพื่อจะได้สัมผัสบ้านเมืองเค้าได้แบบเต็มๆ ระหว่างทางมีอะไรให้ชมเยอะมาก การไปเที่ยวเองมันทำให้เราได้มีเวลากับสิ่งที่เราชอบ (เรื่องกิน) ได้นานขึ้น รีวิวนี้เลยถือเป็นการรวบรวมเอาของอร่อยไว้ให้ชมกันแล้วกันนะคะ

ทริปนี้เราจะเดินทางไป 2 เมือง คือ Kuala Lumpur และ Melaka ส่วน Part 1 นี้จะเน้นที่เที่ยวที่กินใน Kuala Lumpur ก่อนนะคะ

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะคะ หากมีคำถามอะไรเกี่ยวกับทริปนี้เข้ามาคุยกันได้เลยค่ะ
ภาพชุดนี้ถ่ายโดยกล้อง Nikon D7100 , Lens : nikkor 17-55 f2.8, nikkor 10-24

การเดินทาง ทริปนี้เดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเซียค่ะ ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงก็เดินทางถึงสนามบิน KLIA2 แล้วค่ะ

เวลาที่มาเลเซียเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมงอย่าลืมปรับนาฬิกาด้วยนะคะ

ภายในสนามบิน KLIA2 นี้ มีร้านอาหารให้เลือกเยอะมากๆ Old town ร้านดังของมาเลเซียก็มีค่ะ ถ้าใครลงจากเครื่องมาหิวๆ แวะร้านนี้ก่อนเลยค่ะ

โซนนี้จะเป็น Food Court มีอาหารให้เลือกเยอะเลยค่ะ

การเดินทางจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง มีทางเลือกสะดวกๆหลายเส้นทางค่ะ
แบบสะดวกและรวดเร็วคือ
KL Express  อยู่ที่ชั้น 2 รถไฟฟ้าแบบด่วน มีให้เลือก 2 แบบคือ
– KLIA Ekspres รถไฟฟ้าด่วนพิเศษสนามบิน ต้นทาง ออก KLIA 2 – KL Sentral ไม่จอดที่ไหนเลย
– KLIA Transit รถไฟฟ้าด่วนสนามบิน จอดทุกสถานี ตั้งแต่ KLIA2 – KLIA1 – Salak Tinggi – Putrajaya & Cyberjaya – Bandar Tasik Selatan และปลายทาง KL Sentral
ทั้ง 2 แบบคิดค่าโดยสารเท่ากันคือ 35 RM

แต่ของเราเลือกตามความประหยัด โดยรถบัสค่ะ ก็เดินลงชั้น 1 ได้เลย
ชั้น 1 นี้จะมีรถเช่า รถบัสเข้าเมืองและรถไปยังเมือง Melaka, Genting และเมืองต่างๆค่ะ
รถบัสจะไปจอดที่ KL Sentral ค่ารถคนละ 10 RM ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงกว่าๆ

ในตั๋วจะเป็นเวลา 03:00 pm แต่เราเดินมาถึงท่ารถก่อนเวลา 15 นาที เจ้าหน้าที่ก็เรียกให้เราขึ้นรถแล้วก็ออกไปเลยค่ะหรือว่าจริงๆแล้วแค่ให้คน เต็มแล้วออกก็ไม่แน่ใจนะคะ ขึ้นมาบนรถ เจ้าหน้าที่ก็ให้นั่งที่นั่งที่ว่างได้เลย ไม่ได้ตรงกับที่ระบุในตั๋วค่ะ

ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึง KL Sentral ค่ะ ถ้าใครต้องฝากกระเป๋าจะมี Locker ฝากกระเป๋าจะอยู่ใกล้ๆร้าน Chatime ค่ะ

มื้อแรก เราฝากท้องไว้กับร้าน Old Town White Coffee สาขา Brickfields Kuala Lumpur เป็นร้านกาแฟเก่าแก่ชื่อดังของมาเลเซีย นอกจากกาแฟแล้วยังมีอาหารพื้นเมืองของมาเลเซียด้วยค่ะ

จานแรก Asum Laksa ราคา 9.90 RM เส้นเหนียวๆนุ่มๆ รสชาติคล้ายๆต้มยำ เปรี้ยวๆหน่อยทานกับ สับปะรด มะม่วงซอย หัวหอม น้ำซุปมีเนื้อปลาผสมกับเครื่องเทศต่างๆกลิ่นฉุนๆ ตอนแรกๆรู้สึกแปลกๆ ทานไปทานมาก็อร่อยดี หมดชามไม่รู้ตัว

Curry Me เส้นจะคล้ายๆโซบะ รสชาติน้ำแกงคล้ายๆข้าวซอยเลยค่ะ ทานกับ ฟองเต้าหู้ทอด ปลาเส้น จานนี้อร่อยค่ะ

สั่งเป็นแบบเซทก็จะได้เครื่องดื่มด้วยค่ะ สามารถเลือกได้ตามเมนู ของเราเลือกเป็น Honey lemon juice รสชาติจืดมาเหมือนน้ำเปล่าเลย

อีกแก้วเป็นกาแฟเย็น หอมอร่อยสมชื่อค่ะ รสชาติอร่อยกำลังดีเลย

ปิดท้ายด้วยของหวาน รสชาติคล้ายๆกับการรวมของขนมหวานบ้านเรา ลักษณะจะเป็นน้ำแข็งใส่ โปะด้วยไอศกรีมด้านบน
ส่วนตัวเครื่องจะคล้ายๆรวมมิตร มีลอดช่อง เฉาก๊วย ถั่วเหลือง วุ้น รสชาติหวานๆ หอมๆ กลิ่นก็จะแปลกๆแต่ก็ อร่อยพอได้คะ

อิ่มท้องกันแล้วก็จะไปเดินชมบรรยากาศสวยๆที่ Brickfields กันค่ะ ถ้าเดินทางจาก KL Sentral ไม่ไกลมากค่ะ ส่วนของเราเดินมาเรื่อยๆจากร้าน Old town White Coffee ไกลกว่านิดหน่อยค่ะ แต่ระหว่างทางก็มีอะไรให้ดูเพลินๆตลอดทางลืมเมื่อยไปเลย

ระหว่างทางเดินผ่านโบสถ์แห่งนี้ค่ะ สวยงามร่มรื่นดี คนที่นี่ใจดีมากค่ะ เห็นเรายืนพยายามถ่ายภาพลอดรั้วเข้าไป รีบวิ่งมาบอกว่าจะเปิดประตูให้ด้วย น่ารักมากๆ ก่อนมาที่นี่เราค่อนข้างจะกลัวคนอินเดียนิดๆค่ะ แต่พอมาเจอที่นี่ น่ารักทุกคนเลย ยิ้มแย้มใจดีมาก

ถึงแล้ว Brickfields หรือ Little India ที่นี่จะเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมของคนอินเดียไว้ค่ะ บรรยากาศจะค่อนข้างคึกคัก ถนนหนทางตกแต่งสวยงาม ข้างทางมีร้านอาหารให้เลือกหลายแบบ มีสินค้าต่างๆของชาวอินเดียขายจำนวนมาก ทั้งเสื้อผ้าเครื่องประดับ อาหารต่างๆ เสื้อผ้าสไตล์อินเดีย ที่นี่ไม่แพงด้วยค่ะ ถ้าชอบแนวนี้ มีให้เลือกเยอะเลยทีเดียว

ถนนเส้นนี้สวยมากค่ะ

และแน่นอนมาถึงย่าน Little India ทั้งที เราก็ไม่พลาดที่จะชิมอาหารอินเดียกันค่ะ เป็นครั้งแรกที่ได้ชิมอาหารอินเดียแท้ๆแบบนี้ด้วยค่ะ

จากที่เดินมาเรื่อยๆเล็งแล้ว ร้าน Paandi Restaurant นี้ดูน่าสนใจ คนอินเดียมาทานกันเยอะมากๆ ได้บรรยากาศอินเดียสุดๆ ร้านตั้งอยู่ริมถนนกันเลย มีเมนูให้เลือกเยอะเหมือนกันค่ะ แต่เราดูเมนูแล้วก็ไม่เข้าใจ ว่าต้องสั่งแบบไหนบ้างฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอินเดียก็ยากมาก อธิบายกันอยู่นาน พนักงานก็ใจดีมากนะคะ พยายามทำให้เราเข้าใจ ว่าอันไหนทานยังไง

เมนูแรกที่ได้มา คือ Roti Chanai โรตีทานคู่กับเครื่องแกงต่างๆ มีให้เลือก 5 แบบกันเลยค่ะ รสชาติก็ต่างๆกันไปอธิบายไม่ถูกเท่าไรค่ะ
มีทั้งแบบเผ็ดๆ เลี่ยนๆ หวานๆ ก็น่าจะมีสักอย่างที่ถูกใจนะคะ เพราะหลากรสมากๆ แต่แป้งโรตีเค้าอร่อยมากจริงๆ แป้งเหนียวนุ่ม ด้านนอกกรอบๆ

เมนูต่อไป Tandori Chicken เป็นเนื้อไก่ย่างค่ะ ที่แขวนๆไว้นั้นเอง รสชาติแบบแห้งๆเนื้อๆเน้นๆค่ะ ดูแข็งๆไปหน่อย แต่อร่อยดีค่ะ เค็มๆหอมๆ

สองแก้วนี้จะเป็นเครื่องดื่มแนะนำที่นิยมดื่มกันค่ะ คือ Badam Milk เป็นนมแบบมีกลิ่นทั้งขิงและสมุนไพรดื่มร้อนๆก็หอมๆดีค่ะ อีกแก้วค่ะ Holick กลิ่นมอล์ตหอมๆหวานอร่อยดีค่ะ

อิ่มท้องแล้วก็ได้เวลากลิ้งกลับที่พักกันแล้วค่ะ คืนนี้เราจองที่พักไว้ที่ Hotel 1915 จากการเลือกที่พักแล้ว ที่นี่ถือว่าราคาถูกค่ะราคาอยู่ที่หลักร้อยเท่านั้นเองและการเดินทางก็สะดวก มากๆด้วย

การเดินทางเราเดินย้อนกลับมาที่ KL Sentral ค่ะ แล้วซื้อตั๋วมาลงที่ Masjid Jarmek หลังจากลงมาที่สถานีแล้ว ให้เดินมาทางร้าน McDonald’s เจอสี่แยกก็จะเจอโรงแรมเลยค่ะ ใกล้สถานีมากๆ บริเวณใกล้ที่พัก มีทั้งร้าน McDonald’s, 7-eleven และร้านค้าร้านอาหาร สะดวกสบายมากค่ะ หมดปัญหาเรื่องปากท้อง

โรงแรมมีขนาดเล็กๆค่ะ แต่การตกแต่งเรียบๆ สะอาดดี

ภายในห้องค่อนข้างเล็กมากค่ะ แต่สิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบดี Free Wifi และมีตู้น้ำดื่มให้ทุกชั้นค่ะ

บรรยากาศช่วงเช้าหน้าโรงแรม ค่อนข้างเป็นย่านที่คึกคักมีร้านต่างๆเยอะมาก

วันนี้เราจะไปเที่ยวย่าน China Town กันค่ะจากโรงแรม เราใช้วิธีเดินอีกแล้วค่ะ ผ่านร้านแรก  Happy Meal เป็นร้านขนม ที่มีสาขาอยู่หลายที่ในเมือง KL เลยเราก็ไม่พลาดที่จะลองชิมก่อนเลย เมนูเด็ดแน่นอนว่าต้องเป็นทุเรียน Durian Puff ราคาไม่แพงนะคะ กล่องนี้ 3.40 RM เท่านั้นเอง กลิ่นทุเรียนแบบเข้มข้นมาก เนื้อแป้งคล้ายๆชูครีมเลยค่ะ ถ้าคนชอบทุเรียนน่าจะปลื้มแน่ๆส่วนเราแค่กลิ่นก็จะเป็นลมแล้วEgg tart นี่ก็อร่อยอีกแล้ว ปลื้มทุกชิ้นที่ซื้อมาเลยค่ะ

เดินตรงมาเรื่อยๆ ผ่านช่วงนี้จะเป็นที่ตั้งของสำนักงานต่างๆ มีร้านอาหารท้องถิ่นอยู่เยอะเลยทีเดียว ผู้คนก็เยอะค่ะ

เดินมาไม่ไกลก็จะมาเจอ Central Market เป็นย่านที่คนเยอะมากจริงๆ ร้านอาหารก็เยอะมาก สินค้าต่างๆให้เลือกหลายแบบมากๆ

ร้าน Each a Cup มีคนมุงรอเยอะเลย เราก็ไม่พลาดอยู่แล้ว เรื่องกินเราต้องไปมุงด้วย เป็นร้านขายเครื่องดื่มค่ะ ชาไข่มุกก็มี เราลองไปสองแบบค่ะ คือ ทุเรียนและมะม่วง ทุเรียนกลิ่นรุนแรงมากๆมีกลิ่นข้าวโพดผสมเล็กน้อย แก้วนี้ค่อนข้างเลี่ยนเลยค่ะ ส่วนอีกแก้วเป็นน้ำมะม่วง แก้วนี้อร่อยชื่นใจมาก หอมมะม่วง เปรี้ยวๆอมหวานอร่อยกำลังดีเลย

ความคิดเห็นที่ 16

รอบๆตึก Central Market ก็จะมีของขายเยอะมาก ทั้งอาหาร ของใช้ต่างๆ มีร้านที่ขายทุเรียนหลายร้านมากค่ะ ที่เห็นเยอะๆก็จะเป็นเมนูทุเรียนค่ะ นิยมทานทุเรียนกันมากจริงๆเจอร้าน Uncle Bob น่าสนใจดีค่ะ ลองแวะชิม MeatBall รสชาติอร่อยดี ทานคู่กับแยมสตอเบอรี่หวานๆ เฟรนซ์ฟรายกรอบๆ

ถัดมาไม่ไกลกันเท่าไร มีร้าน Takoyaki น่าหม่ำอีกแล้ว ก็แวะอีกแล้วค่ะ

จุกพุงกันแล้วก็จะเดินไปย่าน China town ระหว่างทางก็มีอาคารสวยๆเก๋ๆให้ชมตลอดทางไม่ไกลเท่าไรก็เจอ China town แล้วค่ะ ย่านนี้ก็มีร้านอาหารเยอะเช่นกัน แต่ดูน่ากลัวนิดๆค่ะ เหมือนจะมีคนมารุมขายของเยอะหน่อยเราเลยใช้เวลาเดินเล่นแถวนี้ไม่นานเท่าไร ค่ะ

ไอศครีมน่ารักที่ร้าน Three Monkeys เราก็แวะอีกแล้ว หอมชื่นใจมากค่ะ รสชาติสัปปะรดเข้มข้นสุดๆ

จากย่าน China town เราก็เดินไปขึ้น Monorail สถานที Maharajalela เพื่อไป Bukit bintang เป็นการขึ้นรถที่ลุ้นระทึกมากค่ะ ไม่มีการต่อแถวเลย แย่งๆกันเข้าไปในขบวนรถ ซึ่ง Monorail จะค่อนข้างเล็กและแคบ ประตูก็ปิดไวมากคนชอบมายืนกันที่ประตู ต้องระวังมากๆนะคะ

คืนนี้เราพักที่ Hotel Capital ย่าน Bukit Bintang เพื่อสะดวกในการ shopping เป็นที่พักที่เดินทางสะดวกมาก จากสถานี Bukit Bintang เดินผ่านห้าง Plaza Sangei Wang แล้วเลี้ยวเข้าซอยก็จะเจอโรงแรมแล้วหรือจะเดินทะลุห้างมาก็ได้เลยค่ะ ออกมาก็เจอโรงแรมเลย แต่ถ้ากลัวงงก็เดินเข้าซอยข้างๆห้างตรงมาไม่ไกลค่ะโรงแรมมีขนาดใหญ่ ห้องพักสวยและสะอาดดีค่ะ ห้องที่เราพักเป็นห้องแบบ Capitol Deluxe เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่และเป็นห้องมุม ซึ่งมีห้องขนาดกว้าง มองเห็นวิวได้หลายมุมเลยค่ะ วิวมุมนี้มองเห็นตึกแฝดไกลๆด้วยนะคะ

ห้องน้ำขนาดใหญ่ ในห้องน้ำก็มองวิวได้สวยงามทีเดียว

แม้ราคาห้องพักของที่นี่จะค่อนข้างสูง (2,xxx) แต่ถ้านับเรื่องความสะดวกปลอดภัยและวิวสวย ถือว่าคุ้มค่ามากๆค่ะ

แนะนำเรื่องการจอง ให้ลองเช็คราคาจาก Hotelcombined ดูก่อนจองนะคะ จะได้ราคาที่ถูกที่สุด เพราะราคาที่เราจองได้ถูกกว่าเว็บไซต์อื่นๆ 500 กว่าบาทเลยทีเดียวค่ะ

หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว ก็ได้เวลาไปชมความสวยงามของตึกแฝด Petronas Tower กันค่ะระหว่างทางจากโรงแรมไปขึ้น Monorail เราเดินทะลุห้าง Plaza Sangei Wang ประตูด้านหลังห้างอยู่ใกล้ๆกับหน้าโรงแรมเลย เข้าห้างมาปุ๊บเจอของน่าอร่อย ชื่อร้าน Kuma Mono แน่นอนว่าต้องแวะลองชิมสักชิ้นค่ะ น่ารักน่าหม่ำซะขนาดนี้จะเลือกตัวแป้ง Kuma Bun ได้หลายแบบค่ะ แป้งเราเลือกแบบ Milk ค่ะ สัมผัสนุ่มนวลเหมือนซาลาเปาแต่โดดเด่นที่ความหอมของนม ส่วนไส้ด้านในเราเลือกเป็นปลาทอด ใส่ซอสชีส อร่อยแปลกใหม่มากๆค่ะ

จากนั้นก็เดินทางด้วย Monorail จากสถานี Bukit Bintang ไปต่อ LRT ค่ะ ซึ่งระยะทางจากที่ลง Monorail ต่อไปยัง LRT ไกลพอสมควรเลยค่ะ ซึ่งตรงนี้เราไม่ได้หาข้อมูลการเดินทางมาก่อน จริงๆแล้วมีอีกทางก็คือ เดินจาก Bukit Bintang ซึ่งจะมี Bukit Bintang – KLCC Pedestrian Walkway เดินไปถึง KLCC ได้ค่ะเดินสะดวกสบายไม่ไกลมาก ติดแอร์ด้วยนะคะ  ซึ่งเราเพิ่งมารู้ทีหลังค่ะว่ามีเส้นทางเดินแบบนี้ด้วย

ออกจาก LRT เดินออกมานอกอาคารก็เห็นตึกแฝดแล้วค่ะ

ก่อนเราจะไปชมตึกแฝดแบบเต็มๆ ก็ขอเพิ่มพลังกันก่อนที่ ร้าน Madam Kwan’s ที่ Suria KLCCร้าน Madam Kwan’s เป็นร้านอาหารมาเลเซีย ที่มีชื่อเสียงในความอร่อยของอาหารพื้นเมืองมาเลเซียที่ติดอันดับร้านดัง Top 10 ในมาเลเซีย
เมนูส่วนใหญ่จะเป็นอาหารพื้นเมืองมาเลเซีย ซึ่งเมนูต่างๆจะเน้นไปทางเครื่องแกงเป็นส่วนใหญ่บรรยากาศในร้านตกแต่งได้กว้างขวาง สะดวกสบาย ถึงแม้ร้านนี้จะเป็นร้านอาหารมาเลเซีย แต่ก็มีนักชิมชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก
ทั้งคนไทย จีน และฝรั่งค่ะ ด้านในร้านคนแน่นเลยค่ะจานแรก Nasi Bojari จานนี้ราคาค่อนข้างแพงเหมือนกันค่ะ 24.90 RM แต่ว่าเครื่องเยอะมาก ข้าวเป็นข้าวหลากสี มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ในจานมีทั้งไก่ทอดที่ทอดมาได้อร่อยมากๆหนังกรอบ เนื้อวัวหมักแบบนุ่มหอมมากและกุ้งรสชาติเปรี้ยวๆหวานๆค่ะ จานนี้ถ้าทานคนเดียวน่าจะถึงกับจุกได้ค่ะ

Malaysian Satay เราเลือกเป็นเนื้อค่ะ จานนี้อร่อยสุดๆที่หม่ำมาในทริปนี้แล้วค่ะ เนื้อนุ่มหมักกับเครื่องเทศแบบเข้มข้นมาก กลิ่นจะออกเหมือนกลิ่นสมุนไพรมากกว่าเครื่องเทศค่ะ  เสริ์ฟมาพร้อมน้ำจิ้ม ถั่วลิสงป่น รสชาติหอมกลมกล่อม มีรสหวานมัน ทานคู่กับน้ำจิ้มอาจาดรสเปรี้ยวหวานแก้เลี่ยนได้เป็นอย่างดี

จานต่อมา Otak Otak เมนูนี้รสชาติคล้ายๆกับทอดมันหรือห่อหมกบ้านเราเลย
ทำจากเนื้อปลามีรสชาติเผ็ดอ่อนๆและหอมกลิ่นใบตอง ลักษณะนุ่มเหนียว แต่ไม่ได้ชุ่มน้ำแบบห่อหมกของไทย

เครื่องดื่ม Black Jelly Ice และ Teh Tarik นมรสชาติหวานๆ มีเม็ดแมงลัก

โดยรวมแล้ว ร้านมาดามขวัญ อร่อยมากค่ะ เท่าที่สั่งมาประทับใจทุกจานเลย แต่ราคาก็ค่อนข้างสูงทีเดียว 150 บาทต่อจานขึ้นไป แล้วยังมี Tax และ Service charge ด้วยค่ะ มื้อนี้รวมแล้วก็อยู่ที่ 87 RM ค่ะ แพงแต่สำหรับเราถือว่าคุ้มนะ เพราะอร่อยและอิ่มมากๆ

อิ่มแล้วก็ได้เวลาชื่นชม Pretonas Tower กันแล้วค่ะ เดินมานอกห้างก็จะเจอมุมมหาชนเลย คนค่อนข้างเยอะทีเดียวหลังจากถ่ายภาพเสร็จจนลืมเวลา ก็ห้าทุ่มกว่าแล้วค่ะ รถต่างๆหมดแล้ว เราต้องเดินมาถาม Taxi ค่ะ แต่ละคนคิดราคาโหดมากเกินรับไหว เราเลยถอยมาตั้งหลักก่อน ถาม รปภ. แถวนั้นได้ใจความว่า สามารถเดินทาง Sky walk ไปได้ ระยะทางไม่ไกลเลย ทำให้เราได้รู้จักทางนี้ค่ะ แต่ช่วงที่เราไปทางขึ้นไปเดินด้านบนปิดค่ะ น่าจะปิดเป็นเวลาเหมือนกันเลยต้องเดินตามสะพานมาเรื่อยๆ ก็มาเจอห้าง Pavilion ค่ะ ระยะทางไม่ไกลเลยค่ะ สะดวกมากๆ

 


 

Comments

comments