3 สวนสนุกต่างแดนใกล้ๆ !! ใครๆก็ไปได้

เผลอแป๊ปเดียว ก็จะเดือนตุลาคมแล้ว ซึ่งเป็นเดือนที่เด็กๆและวัยรุ่นอย่างเราตั้งตาคอย เพราะอยู่ในช่วงใกล้จะปิดเทอมแล้ววว (more…)

Eat and Travel around “Hong Kong ” 6 ร้านสุดอร่อยในฮ่องกง

เคยเป็นกันไหม  แพลนเที่ยวกันไว้อย่างดี เขียนแพลนยาวเป็นหน้ากระดาษ แต่สุดท้ายไม่มีอะไรเป็นไปตามแผนสักอย่าง เราเองก็เป็นเหมือนกันบ่อยซะด้วยนะ (more…)

Singapore : เที่ยวประหยัดจัดเต็ม กิน เที่ยวครบ 3 วัน 2 คืน 10,000 บาท

สิงคโปร์เป็นประเทศเกาะเล็ก ๆ ที่มีขนาดเพียงแค่ 697 ตารางกิโลเมตร พื้นที่เล็กกว่ากรุงเทพมหานครซะด้วยซ้ำ แต่ประเทศเล็ก ๆ แบบนี้กลับมีสิ่งที่น่าทึ่งอยู่มากมาย (more…)

15 Best Attractions in Singapore

สิงคโปร์ ประเทศเล็กๆ ที่ความเจริญไม่เล็กเลย เป็นประเทศที่เราทึ่งมากว่าประเทศเล็กๆแบบนี้ทำไมถึงแข็งแกร่งได้ขนาดนี้ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าไปเที่ยวมาก (more…)

Korea Trip : เที่ยวจังหวัด Gyeonggi, เมือง Incheonและตามรอยซีรีย์ Descendants of the sun

สวัสดีค่ะ
เกาหลี คงเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของใครๆหลายคน เพราะเป็นเมืองที่น่ารัก เดินทางสะดวก ไม่ไกลและไม่ต้องขอวีซ่าด้วย เมืองหลักๆที่หลายๆคนจะท่องเที่ยวก็คงหนีไม่พ้นโซลแน่ๆ แต่ครั้งนี้เราจะพาไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดคยองกีและเมืองอินชอนเป็นหลักค่ะ  (more…)

การเดินทางจาก Narita Airport เข้าเมือง Tokyo ด้วย Keisei Skyliner

ปัจจุบัน การเดินทางจากสนามบิน Narita Airport เข้าเมือง สู่โตเกียว มีด้วยกันหลายวิธี ทั้งรถบัส รถไฟแบบต่างๆ ให้เลือกหลายสาย (more…)

เดินเที่ยว ” ปีนัง มาเลเซีย “

วันนี้เราจะพาไปเที่ยวเมืองสุดฮิพและยังเป็นมรดกโลกอีกด้วย ที่ Georgetown ปีนัง มาเลเซีย กันค่ะ

จอร์จทาวน์ (George Town) เมืองหลวงของ รัฐปีนัง (Penang) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย เป็นเมืองเล็กๆ (more…)

Medan – Berastagi – Samosir Island … ที่สุดแห่งความชิล [PART 2]

หลังจาก Part 1 ที่เราพาไปชมเมือง Medan และ Berastagi กันแล้ว Part 2 นี้จะพาไปเที่ยว Samorsir Island กันต่อนะคะ

Part 1 : Medan-Berastagi  http://www.happyoutlouds.com/medan-berastagi/

Samosir Island เป็นเกาะซึ่งล้อมรอบไปด้วยทะเลสาปน้ำจืด ( Lake Toba)อยู่ในระดับความสูงประมาณ 1000 เมตรเป็นเกาะที่อยู่บนปากปล่องภูเขาไฟที่เกิดการระเบิดในรูปแบบที่เรียกว่า Super-Eruption เมื่อ 74,000 ปีมาแล้ว จนเกิดเป็นแอ่งภูเขาขนาดใหญ่ นั่นก็คือ ทะเลสาบโทบา และทะเลสาบโทบายังถือว่าเป็นทะเลสาปบนปากปล่องภูเขาไฟ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

ความน่าสนใจของ Samosir Island แห่งนี้ก็คือ วิวทิวทัศน์อันสวยงาม ให้อารมณ์เหมือนการมาพักผ่อนตากอากาศ ชมวิวสวยๆของ Lake Toba ทะเลสาบสีฟ้าที่รายล้อมดูภูเขาสูงตระหง่าน และนอกจากวิวสวยๆแล้วเรายังได้ชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน ธรรมชาติอันสดชื่นอีกด้วย

เราเดินทางมาจาก Berastagi ผ่านภูเขามาหลายต่อหลายลูก เส้นทางที่เดินทางจะลัดเลาะภูเขา ขนานกับ ทะเลสาบโทบา สวยงามตื่นตาตื่นใจตลอดเส้นทาง ตลอดระยะเวลา 4 ชั่วโมง ไม่มีใครยอมหลับเลยค่ะ ถ่ายภาพวิวกันตลอดเส้นทาง

ผ่านเวลาไปเกือบ 4 ชั่วโมง ก็มาถึงเมือง Parapat เป็นจุดที่เราจะขึ้นเรือยังไป Samosir Island ที่ท่าเรือนี้ค่อนข้างคึกคักมาก มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะพอสมควร

ลงจากรถก็จะมีคนชวนคุยทักทาย แนะนำ พร้อมทั้งพาเดินไปขึ้นเรืออีกด้วยนะ คือคนที่นี่อัธยาศัยดีมากจริงๆ

ส่วนพ่อหนุ่มคนนี้มาถึง ก็รีบช่วยหิ้วกระเป๋าไปส่งบนเรือให้ด้วย น่ารักมากๆ ประทับใจตั้งแต่มาถึงเลยทีเดียว

ถ้ามาถึงท่าเรือแล้ว จะมีจุดขายตั๋วเพื่อกลับไป Medan ด้วยนะคะ ถ้ารู้เวลากลับที่แน่นอนซื้อตั๋วไว้เลยก็ดีค่ะ รถจะเป็นลักษณะ Taxi ที่แชร์กันไปหลายๆคนราคา 160.000 rp

เรือลำนี้จะพาไปส่งผู้โดยสารทุกคนถึงหน้ารีสอร์ท นั่งชมวิวไปเพลินๆประมาณ 45 นาทีก็ถึงที่พัก ค่าเรือ 15.000 Rp

ภายในเรือจะมี 2 ชั้น แต่ชั้นบนจะมองเห็นวิวได้เต็มๆตากว่า ที่นั่งเลือกได้ค่อนข้างตามสบายเลย เรือเที่ยวที่เราเดินทางมีผู้โดยสารสิบกว่าคนเท่านั้นเอง

หันกลับมาที่ท่าเรือ Parapat บ้านค่อนข้างหนาแน่นเป็นเมืองที่คึกคักมากพอสมควร และเป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าเที่ยว จากตัวเมืองน่าจะชมวิว Lake Toba ได้สวยงามเหมือนกัน

เรือจะเริ่มวนส่งคนไปเรื่อยๆตามระยะทาง ตลอดริมฝั่งก็จะมีที่พักต่างๆให้เลือกค่อนข้างเยอะและาคาค่อนข้างถูกเลยทีเดียว

นังเรือไปถ่ายรูปไปสุขเกินบรรยาย อากาศเย็นๆ น้ำสีเขียวๆที่เห็นอยู่นี้คือน้ำจืดนะคะ น้ำลึกประมาณ 2 เมตรเรายังมองเห็นข้างล่างชัดเเจ๋ว แต่สิ่งนึงที่น่าเสียดายก็คือ ขยะค่ะ ชาวบ้านที่นี่ยังทิ้งขยะลงน้ำกันอยู่เลย

ที่พักหลายๆแห่งก็จะตกแต่งบ้านตามสไตล์ของชาวบาตัก ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองบนเกาะแห่งนี้ เอกลักษณ์ของชาวบาตักที่เห็นได้ทั่วไปนั้นก็คือ การออกแบบหลังคามีลักษณะสูง รูปร่างคล้ายเรือ สีดั้งเดิมจะเป็นสีแดง ดำ ขาว

ที่พัก

Samosir cottage เป็นที่พักที่อยู่ติดริมน้ำ ในราคาที่แสนจะถูก เราจองได้ในราคา 490 บาท ไม่รวมอาหารเช้า

ห้องพักของเราจะอยู่ชั้นบนสุดของตึก สภาพห้องพักถือว่า สะอาด โดยรวมดีมากๆ แต่ที่ประทับใจสุดยอดก็คงเป็นวิวจากหน้าห้องพักนี่แหละ

สภาพภายในห้อง ค่อนข้างใหม่ สะอาด ในห้องไม่มีพัดลมและเครื่องปรับอากาศนะ
แต่ว่าอากาศที่นี่ค่อนข้างเย็นมากๆ แม้จะเป็นช่วงกลางวันอากาศก็ยังสบายๆ ช่วงค่ำอากาศหนาวมากๆ จนต้องไปขอผ้าห่มเพิ่ม

วิวสวยๆหน้าที่พัก

มีกิจกรรมต่างๆเช่น Banana boat, Jet ski เรือคายักด้วย

การท่องเที่ยวบนเกาะ Samosir Island นี้ เราใช้วิธีเช่ามอเตอร์ไซค์กับทางรีสอร์ท ราคาเช่ามอเตอร์ไซค์ 160.000 rp /วัน

โชคช่างไม่เข้าข้างเลย จ่ายเงินค่าเช่าปุ๊บฝนก็ตกปรอยๆทันที แต่ในเมื่อคิดจะไปก็ไปกันทั้งฝนแหละค่ะเย็นดี  เส้นทางบนเกาะนี้ เดินทางไม่ยากเท่าไร แต่ป้ายบอกทางค่อนข้างน้อยก็มีหลงๆบ้างนิดหน่อย

ที่แรกที่จะไปก็คือ  Tomok Village เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ค่อนข้างผิดหวังพอสมควรเลย ด้านหน้าจะเป็นพื้นที่ขายของที่ระลึกซะเป็นส่วนใหญ่ ปิดบังเส้นทางเข้าไปชมหมู่บ้านซะมิดเลย

หมู่บ้านโบราณ Batak บรรยากาศค่อนข้างน่ากลัวเล็กน้อย แต่เดิมชาวบาตักจะค่อนข้างมีความเชื่อเรื่องภูติผี ทำให้หลายๆอย่างจะออกมาในลักษณะหน้าตาที่น่ากลัว

ส่วนด้านในจะเป็นสุสาน King’s Tomb เป็นสุสานแห่งตระกูลราชาอันเป็นที่ยำเกรงและเคารพของชาวเผ่าบาตัก การจะขึ้นมาชมจุดนี้ ต้องใช้ผ้าบาตักพาดไว้ที่บ่าด้วยค่ะ น่าจะเป็นการแสดงความเคารพต่อสุสาน

ระหว่างทางที่ขับผ่าน ส่วนใหญ่จะเป็นทุ่งนา เขียวขจีตลอดเส้นทาง การเดินทางไม่น่ากลัวมากนักเพราะสองข้างทางมีบ้านคนตลอดไม่เปลี่ยว
ที่เห็นครึ้มๆนี่คือ ฝนตกอยู่นะคะ แต่เบาๆเราก็เที่ยวกลางฝนกันแบบไม่มีหวั่น

อาชีพหลักของชาวบ้านที่นี่ก็คือ เกษตรกรรมและประมง

Ambarita Village ห่างจากที่พักของเรา  ( Tuk Tuk ) ประมาณ 5 กม. ที่นี่จะมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “ Stone Chair of King Siallagan ”
อดีตเป็นหมู่บ้านกินคน โดยหัวหน้าเผ่าจะเอาเชลยที่จับได้มาบั่นหัวที่Stone Chair(Huta Siallacan) ภายในจะมีทั้งบ้านกษัตริย์โบราณ ลานประชุม ลานพิพากษา และลานประหาร ซึ่งลานต่างๆจะทำมาจากหินภูเขาไฟ

สถานที่นี้ ค่าเข้าชมจะมีคนเดินมาบอกว่าแล้วแต่เราให้ เราให้ไปแค่ 10.000 rp

เข้ามาด้านในเป็นสถานที่เล็กๆ มีบ้านโบราณสไตล์ Batak อยู่หลายหลัง บ้านทุกหลังจะมีบันไดทางขึ้นตรงกลาง และประตูทางเข้าจะค่อนข้างเล็กมาก บางหลังจะเปิดไว้สำหรับขายสินค้าผ้า Batak

กลุ่มนี้น่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ที่มาทำกิจกรรมอะไรสักอย่างไม่แน่ใจนะคะ เค้าก็จะรำเต้นตามเพลงไปเรื่อยๆ

Stone Chair โต๊ะนี้มีประวัติว่าเป็นสถานที่สำหรับกินคน โดยการควักเครื่องในไปให้ชาวบ้านกินสดๆ และกษัตริย์ก็จะดื่มเลือดจากการตัดหัว
แอบขนลุกเล็กน้อย

ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว มื้อนี้เราตั้งใจจะทานอาหารที่ไม่ใช่อาหารท้องถิ่นแล้วค่ะรู้สึกไม่ไหวมากๆ ขับวนมาจนเจอร้านนี้บริเวณใกล้ๆที่พัก เมนูเป็นพวกสปาเกตตี้ต่างๆ ดูน่าสนใจ

วิวร้านก็อยู่ริมทะเลสาบเลย ลมเย็นมาก

เครื่องดื่มของเราเป็น น้ำเสาวรส และ อโวคาโด

ก็เสิร์ฟมาแบบสดจริงๆเลยค่ะ เสาวรสไม่มีการปรุงใดๆ เปรี้ยวแบบสดจริง

สปาเกตตี้ไข่ หน้าตาดูดีมากเลย แต่รสชาติไม่ผ่าน

สเต็กหมู

สลัด

สรุปแล้วมื้อนี้ ผิดหวังมากค่ะ เป็นมื้อที่แพงมากๆ รสชาติไม่ไหวมากๆ ถ้าไม่มีเฟรนช์ฟรายช่วยชีวิตนี่แย่เลยนะ

แนะนำว่า ทานในรีสอร์ทน่าจะดีกว่านะคะ แม้จะมีอาหารให้เลือกไม่มาก แต่ราคาถูกกว่าร้านด้านนอกพอสมควรเลยค่ะ

ช่วงค่ำ ที่รีสอร์ทของเราจะมีการแสดงและการร้องเพลงด้วย บรรยากาศสนุกสนานมากๆ

เบียร์ยอดฮิตของที่นี่ สั่งกันทุกโต๊ะ รสชาติดีไหมไม่รู้นะคะ ถ่ายภาพอย่างเดียว

หลังจากจบการแสดงก็มีดนตรีสดค่ะ แนวดนตรีคล้ายๆเพื่อชีวิต เจ๋งตรงที่นักท่องเที่ยวไม่ลุก นักร้องก็ไม่เลิกค่ะ รู้สึกว่าจะร้องกันเกือบ 5 ทุ่มเลยทีเดียว ฝรั่งที่มาเข้าพักสนุกสนานกันใหญ่

อาหารเช้า

เนื่องจากเราจองที่พักมาแบบไม่มีอาหารเช้า มื้อนี้เลยต้องหาอาหารทานกันเอง เลยจัดเสบียงที่มีอยู่ริมน้ำกันเลยค่ะ

ทานคู่กับวิวแบบนี้ อร่อยสุดๆไปเลย

บรรยากาศรอบๆ ที่พักค่อนข้างร่มรื่น ผู้คนที่นี่ก็เป็นกันเอง ชวนคุย ทักทายตลอด

บริเวณริมน้ำ ก็มีชาวบ้านมาหาปลา หากุ้งกันด้วยค่ะ เรานั่งเล่นกันสักพัก พี่คนนี้ก็ตะโกนเรียกให้เราไปดูล็อบสเตอร์ ที่เค้าจับมาได้เยอะเลยทีเดียว ตัวใหญ่พอสมควรเลย ถ้าจับมาใส่มาม่ามื้อเช้า อร่อยแน่ๆ หัวเราะ

คนที่นี่น่ารักนะคะ เค้าพยายามจะคุยกับเราทุกคนแม้จะคุยกันคนละภาษาก็ตาม นี่ก็เป็นส่วนนึง ที่ทำให้เราประทับใจทริปนี้มากๆ

นั่งเล่นสักพักก็ถึงเวลาทีเราต้องกลับไป Medan แล้ว โดยเราต้องค้างที่ Medan อีก 1 คืน เพราะไฟลท์ขากลับเราบินบ่ายโมง ถ้าไปจาก Samosir Island ก็น่าจะเสี่ยงเกินไป เสียดายมากเลยค่ะ อยากมีเวลาที่นี่อีกสักคืนมากๆ

การกลับไปที่ Parapat ก็ยืนโบกเรือจากหน้าที่พักได้เลย เรือก็จะวนไปรับคนเหมือนกับขามาเลยค่ะ

โดยรวมแล้วที่พักนี้ เราค่อนข้างประทับใจมากนะคะ อาจจะไม่ได้หรูหราสะดวกสบายสักเท่าไร แต่ราคาถูกมาก บรรยากาศดี ห้องพักสะอาด พนักงานน่ารักดูเป็นกันเอง ร้านอาหารในโรงแรมก็ราคาไม่สูง มีการแสดง ดนตรีสดช่วงค่ำๆด้วย ถือว่าคุ้มมากๆค่ะ

วิวระหว่างทางกลับ ฟ้ามักจะสวยวันกลับและตอนนั่งรถเสมอ

พระอาทิตย์ทรงกลด

จาก Parapat ไปถึง Medan ใช้เวลาทั้งหมด 4 ชั่วโมง รถจะพาไปส่งที่โรงแรมเลย สะดวกมากๆตลอดเส้นทาง รถติดตลอดเลยค่ะ ทางแคบรถเยอะ มาได้ครึ่งทางจะเป็นตัวเมืองที่รถแวะพักทานข้าว จุดนี้รถติดเหมือน กทม. เลยทีเดียวค่ะ

ที่พัก

Palace Inn ตั้งอยู่ในจุดที่ค่อนข้างสะดวกมากค่ะ จากโรงแรมสามารถเดินไปยังห้างต่างๆได้ใกล้ร้านอาหาร ห้องพักไม่ใหญ่มาก แต่ก็พักได้สบาย

มื้อเย็นนี้เราตั้งใจว่า ต้องหาของอร่อยปิดทริปนี้ให้ได้ เลยมุ่งมั่นไปทานกันในห้าง Sun Plaza ค่ะ

Sun Plaza เป็นห้างที่ค่อนข้างใหญ่พอสมควร มีร้านอาหารและแบรนด์เนมต่างๆเยอะมาก
ผู้คนบนห้างและด้านนอกการแต่งตัวและลักษณะจะต่างกันพอสมควรเลย

ชีสเค้กยอดฮิต ราคาค่อนข้างสูงค่ะ ไม่ได้ลองชิมเลย

QQ Times เป็นร้านอาหารแนวอาหารพื้นเมือง แต่เมนูต่างๆดูน่าทาน

Nasi Goreng Seafood ก็คือ ข้าวผัดนั่นเองค่ะ จานนี้อร่อยมาก ประทับใจมาก ข้าวผัดหอมมากปรุงมากำลังดีเลย

จานนี้คล้ายๆราดหน้า อร่อยมากๆเหมือนกัน

Nasi Perang เป็นอาหารที่แทบทุกโต๊ะจะสั่งค่ะ รสชาติอร่อยใช้ได้

ปิดท้ายด้วยชาหอมๆและบรรยากาศภายในร้าน

สรุปว่า ถ้ามา Medan ร้านนี้ต้องลองค่ะ ติดใจมาก ราคาไม่แพงด้วย

 

จบที่ของคาว มาต่อน้ำผลไม้ชื่นใจๆกันที่ Sunday Cafe

ร้านนี้เป็นร้านที่ตกแต่งได้น่ารักมาก เมนูเครื่องดื่มต่างๆก็น่าสนใจ ราคาไม่แพงด้วยค่ะ เป็นเงินไทยก็แก้วละประมาณ 80 บาทเท่านั้นเอง

ปิดท้ายด้วยมื้อเช้าก่อนกลับ ด้วย KFC ช่วงเช้าจะเป็นเมนูอาหารเช้าค่ะ เป็นเมนู วาฟเฟิล แพนเค้ก ซะส่วนใหญ่

วาฟเฟิล อร่อยมาก ส่วนไก่ทอดรสชาติเหมือนที่เมืองไทยค่ะ

Pom Pom

การเดินทางจาก Medan ไป Kualanamu International Airport ให้ไปขึ้นรถที่ Carrefour รถจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ควรเผื่อเวลาไว้เยอะๆเพราะ Medan รถติดมากเหมือนกัน

ที่สนามบิน Kualanamu International Airport นี้จะแสกนกระเป๋าที่ประตูหน้าเกทนะคะ เพราะฉนั้น ไม่สามารถนำน้ำดื่มเข้ามาได้ ต้องทานจากข้างนอกให้เรียบร้อย ด้านหน้าเกท มี Stabucks ค่ะ

Medan-Berastagi-Samosir Island เป็นเมืองที่ค่อนข้างน่าเที่ยวสำหรับคนที่ชอบเที่ยวแบบประหยัดได้เห็นวิถี ชีวิตผู้คน ได้อยู่กับเมืองที่เป็นธรรมชาติ ได้พักผ่อนอยู่กับตัวเองแบบเต็มๆ

หากไม่มีเวลามากพอและตั้งใจจะชมวิว Lake Toba ก็เดินทางมาเที่ยวแค่ Parapat และ Samosir Island ก็เพียงพอค่ะ

ค่าใช้จ่ายทั้งทริปนี้ รวมแล้วคนละประมาณ 8,600 เท่านั้นเองค่ะ สำหรับ 5 วัน 4 คืน

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาชมนะคะ

 


 

Medan – Berastagi – Samosir Island … นี่แหละเมืองที่ตามหา [PART 1]

จุดหมายในการเดินทาง หลายคนอาจจะตามหาสถานที่สวยๆ หรูๆ ลุยๆ หรือสถานที่ยอดฮิตอะไรก็ตาม แต่ในความรู้สึกหนึ่งของเรา เราอยากไปในที่ที่เงียบสงบ ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้เห็นวิถีชีวิตจริงๆ ที่ผู้คนยังใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและเมืองที่ไม่ค่อยมีฝรั่งหรือต่างชาติเดิน บนท้องถนนเลยได้ยิ่งดี ที่สำคัญค่าครองชีพต้องไม่แพงและทริปนี้เราก็ได้เจอแบบที่ตั้งใจไว้เลยค่ะ

(more…)

38 ชั่วโมง ใน วังเวียง . . . เพียงสบตา

วังเวียง เมืองสงบเล็กๆ ในประเทศลาว สถานที่ที่เราตั้งใจมานานแล้วที่จะไปเยือน หลังจากได้ชมภาพ จากเสียงชื่นชม จากเพื่อนๆ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องไปนะ มันสวยและสงบมากๆ เหมือนปายสมัยก่อนเลยนะ
(more…)

ทริปพุงกาง เดินเที่ยวชิมจุใจ ใน Kuala Lumpur

วันนี้ขอนำเอาทริปสุดแสนประทับใจมาให้ชมกันนะคะ และแน่นอนว่าทริปนี้ก็ยังคงเน้นเป็นทริปกินเหมือนเคยค่ะ (more…)

+.+… เดินชมเมือง เที่ยวชิมจุใจ ใน มะละกา …+.+

สวัสดีค่า

วันนี้เราจะพาไปชมเมือง Melaka กันต่อนะคะ มะละกา เป็นอีกเมืองที่น่าเที่ยวของมาเลเซีย เมืองเก่าแก่ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและยังเป็นเมืองที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย

การเดินทางนั้นไม่ไกลจาก KL เท่าไร นั่งรถประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ ซึ่งวันที่เรามานั้นเป็นช่วงที่มี
ถนนคนเดิน Jonker Street Walk ด้วย ทริปนี้เลยจะเน้นเดินชมและชิมที่ถนนคนเดินเป็นหลักนะคะ
แม้จะเป็นการชมเมืองมะละกาแบบเวลาน้อย แต่ก็ถือว่าเป็นอีกทริปที่ค่อนข้างประทับใจมากๆเช่นกันค่ะ

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะคะ หากมีคำถามอะไรเกี่ยวกับทริปนี้เข้ามาคุยกันได้เลยค่ะ https://www.facebook.com/gagagigy

ภาพชุดนี้ถ่ายโดยกล้อง Nikon D7100 , Lens : nikkor 17-55 f2.8, nikkor 10-24

การเดินทาง

เราจะไปนั่งรถบัสเพื่อไปมะละกาที่ Terminal Bersepadu Selatan (TBS) ทริปนี้เราออกเดินทางจาก Bukit Bintang ก็นั่ง Monorail
มาต่อรถไฟเส้นทาง Sri Petaling line ที่สถานี Hang Tauh เพื่อไป Banda Tesik Selatan
สถานีจะเชื่อมต่อระหว่างกันแม้จะเป็นคนละสายก็ตาม ตอนที่ซื้อตั๋วก็กดสถานี Banda Tesik Selatan ได้เลย
ลงจากสถานีก็จะมีสะพานเดินเชื่อมไปยัง TBS อาคาร TBS จะสูงเด่นไม่หลงแน่นอนค่ะ

หรือถ้าใครมาจากสนามบิน KLIA2 ก็มีรถจากสนามบินเพื่อไปมะละกาได้เลยค่ะ

บูทที่ซื้อตั๋วจะมีเยอะมาก ก็เข้าไปซื้อได้ทุกช่องทางที่เขียนว่าไป Melaka ได้เลย พนักงานจะให้เราเลือกรอบรถและบริษัทรถที่เราต้องการจะเดินทางด้วย
ของเราไปถึง 16:00 เลยเลือกรถรอบ 16:15 เลยเพื่อความรวดเร็ว ค่ารถคนละ 10 RM

หลังจากซื้อตั๋วแล้วก็ไปรอที่ Gate ตามที่ระบุในตั๋วได้เลยค่ะ ของเราโชคร้ายได้รอบรถที่ Delay ไปเกือบชั่วโมงเลยค่ะ ทำให้ไปถึงช้ามากๆ คือเลือกรอบรถแบบใกล้เวลาที่สุด
กลายเป็นช้าไปซะอย่างนั้น เดินวนไปวนมา ซื้อขนมแถวนั้นหม่ำจนอิ่มเลยค่ะ

ภายในรถนั่งสบายๆ ใช้เวลาเดินทางประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง ก็มาถึง Melaka Sentral แล้ว

การเดินทางจาก Melaka Sentral จากนั้นก็ให้เดินเข้าไปในตัวอาคารค่ะ แล้วเดินจนผ่าน Mc Donalds มาแล้วเลี้ยวซ้ายก็จะเจอรถบัสสีแดง เบอร์ 17
ที่ข้างๆรถเขียนว่า Panorama Melaka ก็โดดขึ้นไปได้เลย ค่ารถถูกมากแค่คนละ 1.5 RM ของเราเลือกไปลงที่ Christ Church
ซึ่งจะเป็นจุดที่สามารถเดินข้ามไปยัง Jonker Street

มาถึงมะละกาแล้ว จะเห็นรถสามล้อน่ารักๆนี้มารอต้อนรับกันเยอะมาก แต่ละคันต่างก็ประดับประดารถด้วยดอกไม้ต่างๆบางคันก็นำตุ๊กตาตัวโตมาประดับเลยค่ะ ดูน่ารักมากๆ
แต่ที่เห็นเยอะมากที่สุดน่าจะเป็นคิตตี้ประดับด้วยดอกไม้สีชมพูถูกใจเราที่สุด นอกจากจะประดับประดากันแบบจัดเต็มแบบนี้แล้ว ยังมีเครื่องเสียงติดบนรถด้วยค่ะ เพลงแดนซ์มันส์มากๆ

จากนั้นข้ามฝั่งสะพานมาก็เป็นถนนคนเดิน Jonker Street Walk แล้ว วันนี้คึกคักมากเพราะมีถนนคนเดินนักท่องเที่ยวเยอะมากๆแน่นไปหมดทั้งถนนเลย

ที่พักของเราวันนี้ค่อนข้างใกล้ Jonker Street Walk มากค่ะ เดินถัดมาแค่ซอยเดียวเท่านั้นเอง

Vinz Hotel เป็นโรงแรมขนาดเล็ก ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ห้องพักขนาดค่อนข้างเล็กนิดหน่อยแต่ว่าภายในสะอาดมากค่ะ มีสิ่งอำนายความสะดวกครบ
ถือว่าคุ้มในเรื่องของการเดินทางมากๆ ราคาที่เราจองได้ประมาณ 1500 บาท

ใกล้ๆโรงแรม ติดบริเวณริมน้ำด้วยค่ะ มาเดินชมบรรยากาศแถวนี้ก็สวยไม่น้อยเลย

เก็บของเรียบร้อยได้เวลาหาของอร่อยกันแล้วค่ะ จากโรงแรมเดินไปสะดวกมาก ระหว่างทางมีร้านอาหารและโรงแรมตลอดทางค่ะ ไม่น่ากลัว
ภาพช่วงกลางคืนนี้จะเบลอๆนิดนึงนะคะ เดินไปถ่ายไป คนก็เบียดค่ะ

ทางเดินจะค่อนข้างเล็ก มีร้านอาหาร เสื้อผ้าต่างๆเรียงรายกันเยอะมาก ราคาไม่แพงเท่าไรค่ะ

ร้านนี้ขายน้ำผลไม้ มีให้เลือกหลายแบบมากๆ ราคาไม่แพงแค่แก้วละ 2 RM เท่านั้นเอง อร่อยชื่นใจได้รสผลไม้เต็มๆ

มาถึงเมนูนี้ไม่แน่ใจ ว่าเรียกว่าอะไรนะคะ ลักษณะจะคล้ายๆ ไส้กรอกของบ้านเราแต่เนื้่อจะแน่นๆเด้งๆกว่า อร่อยมากค่ะอยากให้ลองชิมเลย

ช่วงแรกๆนี่แวะเกือบทุกร้านค่ะ เห็นอะไรก็ชิมหมด

Kuih Lobuk Radish Cake เป็นแป้งผัดกับเครื่องแล้วทานกับซีอิ๊วหวานๆ แต่แป้งเยอะไปและน้ำมันเยอะมากๆ ค่อนข้างเลี่ยนไปหน่อยค่ะ

เมนูติ่มซำร้านนี้ มีให้เลือกเยอะมาก รสชาติพอใช้ได้


ระหว่างทางก็มีขนมหน้าตาแปลกๆให้ลองเยอะมาก

ชิ้นนีคล้ายขนมไทยเลย แต่อร่อยสูไม่ได้ แป้งล้วนๆจืดๆ

ร้าน Geographer เป็นร้านอาหารเก๋ในย่านถนนคนเดินที่มีลูกค้าค่อนข้างเยอะมากค่ะ ดูวุ่นวายไปนิดนึงเลยไม่ได้แวะค่ะ

ด้านในนี้จะเป็นเหมือนสวนเล็กๆให้พักผ่อนได้ มีห้องน้ำให้บริการด้วย

มาต่อกันด้วยไอศครีม ร้านนี้ไอเดียเก๋ดีค่ะ นำไอศครีมใส่กระถางต้นไม้แบบพลาสติกแล้วโรยด้วย Oreo ไอศครีมหอมนุ่มดี

เดินมาจนเกือบสุดทาง จะมีเวทีซึ่งจะมีสาวใหญ่หนุ่มใหญ่ร้องเพลงขับกล่อมค่ะ เป็นบรรยากาศน่ารักๆ ใครเหนื่อยก็มานั่งพักฟังเพลงมุมนี้ก่อนได้

หลังจากนั้น เดินมาตรงช่วงหลังเวที จะมีโซนร้านอาหารต่างๆ ที่มีอาหารให้เลือกหลายประเภทมากๆแถวนี้จะเป็นร้านแบบมีที่นั่งให้ทานค่ะ

มีทั้งซูชิ อาหารท้องถิ่น BBQ Seafood บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว

ร้านนี้จะเป็นเมนู ลูกชิ้นต่างๆมาจุ่มกับน้ำสะเต๊ะค่ะ

เมนูที่เราทานกันวันนี้เป็น Fried Oyster คือเลือกจากภาพหน้าร้านดูน่าอร่อยมาก หอยนางรมตัวโตมาก พอสั่งมาจริงแบบว่าเล็กมากแทบมองไม่ออกว่าเป็นหอยนางรมเลยค่ะ รสชาติก็คล้ายๆหอยทอดแต่ออกหวานๆ เลี่ยนๆหน่อย

ส่วนเมนูนี้ไม่ผิดหวัง เป็น BBQ Oyster แล้วราดด้วยชีสอีกที หอยนางรมตัวใหญ่มากๆ กับชีสหอมๆ คนละสองตัวจะกำลังดี ถ้ามากกว่านี้เลี่ยนแน่ๆ

มาต่อกันที่ร้าน QQ Ice 86 อยู่ในถนนคนเดินเลยค่ะ ตอนแรกตั้งใจจะชิมขนมหวาน แต่เห็นเมนูบะหมี่ต่างๆแล้วน่าอร่อยบวกกับยังไม่อิ่มก็เลยจัดหนักอีกมื้อค่ะ

เป็นบะหมี่ลวก ราดด้วยซีอิ๊ว ทานคู่กับน้ำซุป ซึ่งมีเต้าหู้ ลูกชิ้นปลา จานนี้เด็ดที่น้ำซุปค่ะ หอมมากๆ

เกี๊ยว ก็อร่อยที่น้ำซุปค่ะ ตัวเกี๊ยวเฉยๆ ไม่ได้อร่อยมาก

ปิดท้ายด้วยน้ำหวานเย็นชื่นใจอีกคนละแก้ว ด้วยน้ำมะพร้าวผสมน้ำผึ้ง รสชาติแปลกมากค่ะ

อิ่มมากขนาดนี้ ต้องหาที่เดินย่อยค่ะ บริเวณริมน้ำด้านข้างของร้าน Hard Rock จะมีทางเดินเล็กๆให้ชมบรรยากาศได้สวยงามมากๆค่ะ แต่ค่อนข้างเงียบนิดนึง

มองผ่านแม่น้ำไปเห็น Christ Church อยู่ไกลๆสวยงามเลยทีเดียว

อาคารสวยๆ ตกแต่งน่ารัก มีให้เห็นทั่วทั้งเมือง

บรรยากาศยามเช้า ของหน้าที่พัก ดูเงียบสงบดีนะคะ รายล้อมด้วยตึกสไตล์สวยๆเต็มไปหมด

เดินชมมาเรื่อยๆ ก็จะเจอร้านอาหาร ร้านขนมต่างๆ นอกจากนี้ยังมีบางบ้านที่จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวอย่างเราเข้าชมด้วยค่ะ ส่วนใหญ่จะให้เข้าชมฟรีๆกันเลย
แต่เนื่องจากว่า เราต้องนั่งรถกลับตอนเที่ยง ทำให้ได้แค่ชมผ่านๆจากด้านนอกเท่านั้น

หลังนี้จะเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ชมค่ะ ฟรีด้วย

เดินมาสักพัก ได้พบกับร้านขนมน่ารักๆ Crystal House บรรยากาศสวยมากๆ ด้านในขายเครื่องดื่มหลากหลายเมนูและที่น่าหม่ำที่สุดก็คือ Cheese Cake นี่แหละค่ะ

Cheese Cake อร่อยมากๆ เนื้อนุ่มเนียน หอมกลิ่นชีสเต็มๆ ถ้าใครมาอย่าพลาดชิมเชียวนะคะ ติดใจมากๆ ถ้าเราได้กลับไป จะไปทานสักสามชิ้นเลยค่ะ

อิ่มท้องแล้ว เดินชมบรรยากาศกันต่อ อาคารสีสันสดใส ถ่ายภาพกันไม่มีเบื่อเลย

ร้านอาหาร Chicken Rice Ball มีให้เห็นเยอะมากตลอดทางค่ะ แต่ส่วนมากคนจะไปต่อคิวกันอยู่ไม่กี่ร้าน ซึ่งเป็นร้านชื่อดังของที่นี่

อย่างร้านนี้ แถวยาวมาก ในร้านก็อัดกันอย่างแน่นมากๆ เสียดายว่าเราไม่มีเวลาต่อคิวชิมด้วยเลย

เวลายังเหลืออีกนิดหน่อย เดินมาชม Christ Church ช่วงกลางวันอีกสักรอบ จริงๆแล้วมะละกามีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเยอะเลยนะคะ
แต่เราได้แค่ชม Christ Church และ St.Paul’s Church เท่านั้น

St.Paul’s Church อยู่ไม่ไกลจาก Christ Church ต้องเดินลัดเลาะขึ้นเขามา สำหรับคนอ้วนๆอย่างเราก็เล่นเอาเหนื่อยหอบอยู่เหมือนกันนะคะ

ขึ้นมาด้านบนแล้ว วิวสวยมากๆ มองเห็นวิวทะเลไกลๆด้วย

จากนั้นก็ได้เวลาเดินทางกลับแล้วค่ะ จาก Melaka Sentral มีรถไปถึง KLIA2 เลยค่ะ เดินทางสะดวกมากๆ รถจะมีเป็นรอบๆ สามารถเช็คเวลาได้จากเว็บนี้เลยค่ะ
http://www.klia2.info/buses/bus-operators/transnasional/service-routes-from-malacca-to-klia2

ภายในสนามบินนี้นอกจากจะร้านอาหารสวยๆต่างๆเยอะแล้ว สินค้าแบรนด์เนมที่นำมาลดราคาก็มีเยอะค่ะ สามารถเดินระหว่างรอขึ้นเครื่องได้ไม่มีเบื่อเลย
มาถึงสนามบินก่อนเวลาถึง 3 ชั่วโมง สิ่งที่จะฆ่าเวลาของเราได้ก็เป็นการกินแน่นอน

ร้านแรก KFC อยากชิมเพราะอยากรู้ว่า ไก่ทอดของเค้าจะเหมือนที่เมืองไทยไหม

เมนูนี้ปลื้มมากจริงๆค่ะ เฟรนช์ฟรายแบบราดชีสมาเต็มๆ อร่อยมากๆ คนที่นี่เค้าทาน KFC กันด้วยมือเป็นส่วนใหญ่นะ

ไก่ทอดแบบหอมเครื่องเทศ ชุดนี้ก็อร่อยดีเปรี้ยวๆเผ็ดๆนิดๆ

KFC เป็นแค่อาหารเรียกน้ำย่อยค่ะ เราเดินหาร้านอร่อยกันต่อ มาเจอกับร้านนี้ KLUANG Station Cafe ร้านบรรยากาศสวยดูนั่งสบายๆ
เมนูส่วนใหญ่เป็นอาหารท้องถิ่นของมาเลเซีย ราคาอาหารพอรับได้ค่ะ

เมนูเครื่องดื่มสุดเก๋ 3 Layers Ice ชาเย็นหอมๆหวานกำลังดี

Daging Dendang Rice เป็นเมนูข้าว ทานกับเนื้อผัดกับน้ำพริกรสชาติหวานๆหน่อย แต่เนื้อเหนียวมากอ่ะ เคี้ยวกันเมื่อยมาก

Hainanese Spring Rolls กรอบๆ อร่อยดี

Toast Charcoal Bun ขนมปังไส้ในหวานๆหน่อย หน้าตาไม่ค่อยสวยงามแต่อร่อยดีค่ะ

บินกลับบ้านพร้อมพุงกางๆ กับความประทับใจในเมืองมะละกา เมืองเล็กๆแต่เต็มไปด้วยสเน่ห์ ค่าใช้จ่ายต่างๆไม่แพงค่ะค่าครองชีพคล้ายๆบ้านเรา รวมทั้งทริปของเรา 3 วัน 4 คืน
กับ 2 เมือง แบบกินกระหน่ำ พักสบาย หมดไปทั้งหมดคนละ 8,000 บาทเท่านั้นเอง

 


 

Rashmi’s Plaza Hotel Vientiane

Rashmi’s Plaza Hotel Vientiane

โรงแรมสวยๆแห่งนึง ในเมือง เวียงจันทน์ ประเทศลาว เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว ที่มีการตกแต่งหรูหรา ดูทันสมัย ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป
มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆอย่างครบครัน (more…)

+.+ [ Let’s fly boutique ] หลงเสน่ห์ มัณฑะเลย์ Mandalay +.+

มัณฑะเลย์ Mandalay Bangkok Airways

มัณฑะเลย์ ราชธานีแห่งสุดท้ายของพม่า เมืองใหญ่แห่งฝั่งตะวันออกของแม่น้ำอิระวดี เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ไม่ว่าจะเป็น พระราชวังที่สวยงาม มีศิลปวัฒนธรรมที่สวยงาม วัดวาอารามที่สำคัญๆของชาวพม่าอีกลายแห่ง (more…)